วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปตท.สผ.' จี้รัฐชัดเจนเรื่องต่อสัญญาสัมปทาน

"ปตท.สผ." ชี้รัฐควรชัดเจนเรื่องการต่อสัญญาสัมปทานที่จะหมดอายุปี 2565-2566 ภายในปีนี้ หวั่นกระทบแผนลงทุน

นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า ขณะนี้รอความชัดเจนจากรัฐบาลทั้งการเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบ 21 และการดำเนินการกับแหล่งสัมปทาน “บงกช” ที่จะหมดอายุปี 2566 ซึ่ง ปตท.สผ.พร้อมที่จะลงทุน โดยในส่วนของแหล่งบงกชทางบริษัทพร้อมจะดำเนินการตามข้อกำหนดของรัฐไม่ว่าจะเป็นการเจรจา หรือการเปิดประมูล โดยต้องให้มีความชัดเจนภายในปีนี้ ไม่เช่นนั้นจะกะทบต่อแผนลงทุนที่ทางบริษัทคงจะไม่สามารถวางแผนระยะยาวในการรักษากำลังผลิตระดับปัจจุบันที่ประมาณ 900 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ได้หลังปี 2566 ซึ่งน่าเป็นห่วงต่อแผนพลังงานของประเทศ เพราะบงกชนับว่ามีกำลังผลิตถึงร้อยละ 20 จากปริมาณความต้องการก๊าซฯ ของประเทศที่ 4,500-5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน

นายสมพร กล่าวว่า ราคาน้ำมันปีนี้ยังคงมีความผันผวน ซึ่ง ปตท.สผ.ยังคาดว่าราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 40 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ถือว่าต่ำกว่าราคาเฉลี่ยปีที่แล้วที่ 45 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ดังนั้น จึงกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจไว้ 3 ด้าน ได้แก่ 1.RESET ปรับฐานต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแข่งขัน โดยลด ลดงบปีนี้ลง ร้อยละ 10 จากที่ประกาศงบลงทุนและงบดำเนินการไว้ 3,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2.REFOCUS เน้นการลงทุนในพื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อการลงทุนในไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมียนมาร์ ลดสัดส่วนการลงทุนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และให้ความสำคัญกับการพิจารณาโครงการโมซัมบิก และ 3.RENEW กำหนดกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนระยะยาว โดยร่วมกับ บมจ.ปตท.ในธุรกิจแอลเอ็นจี สร้างพันธมิตรกับบริษัทน้ำมันในต่างชาติด้านการลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมทั้งศึกษาการลงทุนในพลังงานทางเลือก

“ปตท.สผ.ตั้งทีมศึกษาเรื่องพลังงานทางเลือกเพื่อเตรียมพร้อมการลงทุน แม้เชื่อว่าปิโตรเลียมจะเป็นเชื้อเพลิงพื้นฐานของโลกต่อไป ส่วนโครงการซื้อกิจการร่วมทุนคาดว่าจะมีความชัดเจนปีนี้ว่าจะเข้าลงทุนในโครงการใด” นายสมพร กล่าว

นายสมพร ย้ำว่าโครงการในโมซัมบิก คือ โครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน (ปตท.สผ.ถือหุ้น ร้อยละ 8.5) ปลายปีนี้จะประกาศแผนลงทุนชัดเจนได้ คาดว่าจะเริ่มผลิตภายในปี 2563-2564 และจากค่าก่อสร้างที่ลดลงจะทำให้เม็ดเงินลงทุนต่ำลง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดข้อตกลงกับทางรัฐบาลโมซัมบิกว่าสัญญาจะเป็นอย่างไรทั้งการใช้ในประเทศ เรื่องแรงงานและอื่น ๆ รวมทั้งการเจรจาเรื่องสัญญาจำหน่ายที่มีข้อตกลงเบื้องต้น (เอ็มโอยู) แล้วร้อยละ 80 ของแผนกำลังผลิตระยะแรก 12 ล้านลูกบาศ์กฟุต/วัน โดยเป็นเอ็มโอยูของ ปตท. 2.6 ล้านตัน/ปี อย่างไรก็ตาม จากแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าระยาว 20 ปี ของไทยมีความจำเป็นต้องนำเข้าแอลเอ็นจี 22 ล้านตัน/ปี ทาง ปตท.สผ.พร้อมที่จะนำก๊าซจากแหล่งโมซัมบิกมาจำหน่ายเพิ่มขึ้นในไทย