"ธนาคารอาคารสงเคราะห์" เผย ปัจจุบันมีลูกค้ายื่นขอกู้บ้านประชารัฐแล้ว กว่า 26,000 ราย วงเงินกู้ 2.15 หมื่นลบ.
นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส.ยังได้ดำเนินโครงการบ้านประชารัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Pre Finance) วงเงิน 10,000 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Post Finance) สำหรับประชาชนทั่วไป กรอบวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ให้กู้สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อนรายละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
ทั้งนี้ หลังจากเปิดรับคำขอยื่นกู้ไปตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2559 ล่าสุด ณ วันที่ 20 เมษายน 2559 มีจำนวนลูกค้าติดต่อสอบถามและแจ้งความประสงค์ยื่นคำขอกู้รวมจำนวน 26,173 ราย คิดเป็นวงเงินกู้ 21,594 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นจำนวนลูกค้าที่ยื่นเอกสารประกอบคำขอกู้ครบเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของธนาคารแล้ว 1,903 ราย คิดเป็นวงเงิน 1,681 ล้านบาท และได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้วเป็นวงเงิน 413 ล้านบาท โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐ ยังสามารถเข้ามายื่นคำขอกู้ได้ตามปกติ เนื่องจาก ธอส. ยึดหลักการให้เงินกู้แก่ผู้ที่มีความพร้อมในการยื่นกู้และทำนิติกรรมสัญญาก่อน
"ในช่วงที่ผ่านมาโครงการบ้านประชารัฐอนุมัติได้น้อย เพราะคนกลุ่มดังกล่าวที่มาขอยื่นกู้นั้น เอกสารอาจจะมีปัญหาบ้าง หลักฐานทางการเงินไม่ครบ ทำให้เกิดความล่าช้าในการอนุมัติ ทำให้ธนาคารได้คิดโครงการคลินิก ธอส. เพื่อบ้าน เพื่อประชาชน ที่จะจัดทำเพื่อให้คำแนะนำวิธีการเตรียมความพร้อมแก่ผู้มีรายได้น้อย ให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นแนวทางในการตอบแทนสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ด้วย ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้การอนุมัติสินเชื่อง่ายมากขึ้น รวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าภายใน 6 เดือนหลังจากนี้วงเงินขอสินเชื่อจะไม่เพียงพออย่างแน่นอน เพราะมีชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยมีความต้องการค่อนข้างมาก"นายสุรชัย กล่าว
นอกจากนี้ล่าสุด ครม. เมื่อวันอังคารที่ 19 เมษายน 2559 มีมติให้ ธอส. ร่วมสนับสนุนโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ โดยการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Pre Finance) วงเงินสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี ระยะการกู้ไม่เกิน 2 ปี และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Post Finance) วงเงินสินเชื่อ 2,500 ล้านบาท ให้กู้เพื่อให้ได้มีที่อยู่อาศัยบนที่ดินราชพัสดุ รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยบนที่ดินราชพัสดุวงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท ดอกเบี้ย 0% ต่อปี ในปีแรก ซึ่งธนาคารพร้อมดำเนินการทันทีที่กรมธนารักษ์สามารถจัดทำที่อยู่อาศัยทั้งเพื่อการเช่าระยะสั้น (Rental) ไม่เกิน 5 ปี และโครงการเช่าระยะยาว (Leasehold)ไม่เกิน 30 ปี








