วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KCE - ซื้อ

คาด 1Q59 มีกำไรสุทธิราว 745 ล้านบาท +14%QoQ และ +45%YoY

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- คาด 1Q59 มีกำไรสุทธิราว 745 ล้านบาท +14%QoQ และ +45%YoY : ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิ 1Q59 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจาก 4Q58 โดยคาดว่าความต้องการสินค้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและการเปิดใช้โรงงานใหม่ที่ทำให้บริษัทมีการประหยัดต้นทุนส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นจากราว 29% ในช่วง 1Q58 มายังราว 34% ช่วง 1Q59 นอกจากนี้การใช้เครื่องจักรกลที่มากขึ้นจะช่วยประหยัดรายจ่ายส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารลดลง อีกทั้งอัตราการใช้กำลังผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราว 80% ช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 95% ส่งผลให้แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q59 ราว 745 ล้านบาทเติบโต 14%QoQ และ 45%YoY

- เตรียมลงทุน 35 ล้านเหรียญสหรัฐ เดินเครื่องโรงงานเฟส 3 : จากความต้องการสินค้าที่มากขึ้นทำให้บริษัทเตรียมเดินเครื่องโรงงานเฟส 3 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วง 3Q59 โดยจะเน้นเครื่องจักรกลที่มากขึ้นใช้คนงานน้อยลงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านบริหารมีแนวโน้มที่ต่ำลงรวมถึงรองรับความต้องการของสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากโรงงานจากเฟส 3 อย่างมีนัยสำคัญในปี 60

- ปี 59 คาดกำไรสุทธิสร้างจุดสูงสุดใหม่ : ฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในทุกไตรมาสโดยเฉพาะช่วง 3Q59 จากการเดินโรงงานเฟล 3 ก่อนจะเริ่มแผ่วลงช่วง 4Q59 หลังจากค่าใช้จ่ายคงที่จะหมดลงส่งผลให้ช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการประหยัดจากขนาดจากการที่บริษัทใช้กำลังการผลิตจากโรงงานแห่งใหม่ที่ลาดกระบังและคาดว่าจะมีอัตราการใช้งานสูงที่ราว 95% อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเทคโนโลยีต่างๆที่เข้ามาสู่ตลาดทำให้สินค้าของบริษัทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ประกอบสินค้าเป็นที่ต้องการมากขึ้น ซึ่งจะช่วยตอกย้ำถึงจุดแข็งด้านการประหยัดจากขนาดส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นและคาดว่าจะแตะที่ระดับ 34.5% ในปีนี้ได้ ทั้งนี้คาดว่าปี 59 บริษัทจะมีกำไรสุทธิประมาณ 2,793 ล้านบาทเติบโต 26%YoY

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 59 เท่ากับ 91 บาท : จากแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นรวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพทำให้คาดว่าปี 59 บริษัทจะสามารถมีกำไรสุทธิที่ดีขึ้นจากปีก่อน ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าโดยวิธี FCF (WACC ที่ 7% และ Terminal Growth ที่ 2.5%) ได้ราคาเป้าหมายปี 59 เท่ากับ 91 บาท ซึ่งสูงว่าราคาปัจจุบันจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”