หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : พักฐานลง
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มจะปรับลง ด้วยแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ย่อลงเล็กน้อย ประกอบกับ valuation ของ SET Index ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ดัชนีมี upside จำกัดและเสี่ยงต่อการถูกขายทำกำไร แนะนำติดตามการประชุมเฟดในวันพุธและการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดีนี้ และแนะนำทยอยขายทำกำไรเมื่อ SET Index อยู่เหนือ 1400 จุด เพื่อรอซื้อหุ้นอีกรอบเป็นรายตัว เมื่อดัชนีย่อลงระหว่างสัปดาห์
แนวรับ/แนวต้าน : 1400/1420 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้
หุ้นแนะนำ
1. PS (34) : จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นด้านอสังหาฯ ของรัฐบาลและความต้องการด้านอสังหาฯ ที่เกิดขึ้นจริงเนื่องจากเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มโครงการแนวราบ นอกจากนี้ ยอดจอง (พรีเซล) ของ PS อยู่ในระดับสูงและมี dividend yield สูงถึง 4.6%
2. DRT (5.20) : แผนขยายธุรกิจไปยังประเทศลาวและพม่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขึ้นเป็น 18% และ 20% ในปี 59 และ 60 ตามลำดับซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้จากในประเทศที่ลดลง นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดของ DRT จะช่วยทำให้ margin อยู่ในระดับเดิมแม้ยอดขายลดลง อีกทั้ง DRT ยังมี dividend yield ที่สูงถึง 7% ในปี 59
3. THCOM (35) : เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 59 หนุนจากการรับรู้รายได้จากดาวเทียม Thaicom 7 และการเปิดให้บริการดาวเทียม Thaicom 8 นอกจากนี้ เราคาดว่า dividend yield ในปี 59 จะอยู่ที่ 6.2%
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- หนี้เอ็นพีแอลแบงก์ไตรมาสแรกเพิ่ม 5.83% เร่งตั้งสำรองรับมือช่วงที่เหลือของปี ประเมินยังมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง คาดแตะสูงสุดปลายปี กรุงไทยเกาะติดสถานะลูกหนี้ใกล้ชิด ด้านแบงก์กรุงเทพมั่นใจจัดการได้ ขณะไทยพาณิชย์ชี้กลุ่มเกษตรและโภคภัณฑ์ยังน่าห่วง ปรับลดสัดส่วนสินเชื่อกลุ่มเสี่ยง
+ "กลุ่มสตาร์ทอัพ"จี้รัฐหนุนให้ตรงจุด หวั่นแผนกองทุนหมื่นล้านสูญเปล่า แนะศึกษาความต้องการจริง-สร้างสภาพแวดล้อมให้ เหมาะสม สมาคมเทคสตาร์ทอัพเตรียมยื่นเอกสารข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการดีอีรัฐบาลเตรียมจัดงานใหญ่ ขับเคลื่อนนโยบาย "สตาร์ทอัพ" 28 เม.ย.-1 พ.ค.นี้ นายกฯ-สมคิด กล่าวปาฐกถาชักชวนนักลงทุน ประกาศจุดยืนประเทศไทยสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่
+ กระทรวงอุตฯเตรียมหารือค่ายรถ ออกแพ็คเกจ หนุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เล็งอัดสิทธิประโยชน์สูงสุด13-15ปี ตีกรอบต้องลงทุนวิจัยพัฒนาผลิตชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ ขณะผู้ประกอบการขานรับ แนะรัฐจูงใจภาษี-เตรียมความพร้อม
+ "ประเสริฐ" ประเมินราคาน้ำมันทรงตัวระดับ 40-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่ออีก 2 ปี กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมปลายน้ำได้ประโยชน์จากราคาที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ช่วยลดปัญหา Stock Loss เล็งให้บริษัทในเครือ ปตท.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพย์สินควบคู่ลดต้นทุน แนะปตท.สผ.ใช้วิกฤติเป็นโอกาส เร่งซื้อกิจการเพิ่มหลังราคาแหล่งผลิตปิโตรเลียม ลดลงตามราคาน้ำมัน
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,003.75 จุด เพิ่มขึ้น 21.23 จุด หรือ +0.12%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (22 เม.ย.) โดยได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมัน WTI ที่ดีดตัวขึ้นกว่า 1% ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้นในกรอบจำกัด เพราะตลาดได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสหรัฐ รวมถึงไมโครซอฟท์ และแคเทอร์พิลลาร์
+ ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 208.87 จุด หรือ 1.20% แตะที่ 17,572.49 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นติดต่อกัน 4 วันทำการ โดยนิกเกอิปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนครึ่ง เพราะได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการประชุมสัปดาห์หน้า
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,310.44 จุด ลดลง 71.00 จุด หรือ -1.11%
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (22 เม.ย.) หลังจากมีรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสองเดือน นอกจากนี้ ตลาดหุ้นลอนดอนยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวการทดสอบค่าไอเสียในอุตสาหกรรมรถยนต์ยุโรป
- สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มิ.ย.เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 43.73 ดอลลาร์/บาร์เรล
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (22 เม.ย.) หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าภาวะอุปทานน้ำมันในสหรัฐเริ่มปรับตัวลดลง โดยเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการแก่อุตสาหกรรมน้ำมัน เปิดเผยว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ใช้งานในสหรัฐลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ระบุว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว









