'ไทยพาณิชย์'เผยไตรมาส1/59 กำไรอยู่ที่1.05หมื่นลบ.

"ธนาคารไทยพาณิชย์" เผยไตรมาส 1/59 กำไรลดลงเหลือ 1.05 หมื่นล้านบาท ขณะที่เอ็นพีแอลลดลงเหลือ 2.64% พร้อมตั้งสำรองเพิ่มประมาณ 5 พันล้านบาท
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 มีกำไรสุทธิ 10,545.97 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.10 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13,151.69 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.87 บาท อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมยังทรงตัว แต่ธนาคารยังคงสามารถรักษาผลประกอบการให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญในขณะนี้คือ การช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำโดยเฉพาะในด้านบริหารความเสี่ยง ตลอดจนเพิ่มบริการทางการเงินตามความจำเป็นโดยพิจารณาจากความต้องการและประเภทธุรกิจของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดและก้าวผ่านเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี
ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามงบการเงินรวมในไตรมาส 1/2559 มีจำนวน 21,670 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5.5% จากไตรมาส 1/2558 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อบุคคล 5.4% ในขณะที่สินเชื่อโดยรวมเพิ่มขึ้น 1.6% นอกจากนี้ ธนาคารสามารถบริหารต้นทุนเงินฝากได้ดีขึ้น โดยการเพิ่มสัดส่วนเงินฝากประเภทออมทรัพย์และกระแสรายวันส่งผลให้ต้นทุนเงินฝากเฉลี่ยลดต่ำลง
สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยตามงบการเงินรวมลดลง 33% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีของ SCB Life ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบของ SCB Life ดังระบุข้างต้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 0.9% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 6.2% และกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 184%
อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.64% ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 2.89% อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มขึ้นบนพื้นฐานของความระมัดระวังและเพื่อเพิ่มอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ โดยได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 5,010 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.09% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 39% จากไตรมาส 1/2558 ทำให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นเป็น 122.8% ณ สิ้นไตรมาส 1/2559 จาก 109.8% ณ สิ้นปี 2558
นายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาสแรกนี้แสดงให้เห็นถึงวิธีการบริหารความเสี่ยงของธนาคารที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดลงของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และการเพิ่มขึ้นอย่างมากของอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ ในขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ดีนัก ซึ่งภายใต้สภาวะเช่นนี้กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อยจะยังคงเป็นความท้าทายต่อไป นอกจากนี้แล้วการบริหารความเสี่ยงควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ที่ก้าวหน้า จะเป็นรากฐานที่ดีสำหรับการเติบโตของสินเชื่อในอนาคตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น







