เน้นคุณภาพสินทรัพย์เป็นอันดับแรก
ประเด็นการลงทุน
เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานที่ผ่านมา จัดโดย CFO หรือคุณชาตรี จันทรงาม ผู้บริหารชี้ว่า TISCO ตั้งใจที่จะลดหนี้เสียให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ 2.6-3.0% ของสินเชื่อรวมจาก 3.2% ณ สิ้นปี 2558 ทั้งนี้ อัตราการเติบโตของสินเชื่อยังคงมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าเป้า (เป้าเดิมทรงตัว YoY หรือ ลดลงเล็กน้อย) เนื่องจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด เรายังคงคำแนะนำ ขาย เนื่องจาก 1) ความเสี่ยงที่สินเชื่อจะหดตัวกว่า 4% จากยอดขายรถยนต์ใหม่ที่ต่ำลงกว่าคาด 2) ความเสี่ยงจากแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมลดลง โดยเฉพาะ ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ และ 3) ค่า PBV ณ สิ้นปี 2559 ที่ค่อนข้างสูงที่ 1.2 เท่าเทียบกับ PBV ของกลุ่มสิ้นปี 2559 (TCAP และ KKP) ที่เพียง 0.8 เท่า ในกลุ่มธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เราชอบ KKP เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงที่สุดในปี 2559 ที่ 7.0% เทียบกับอัตราผลตอบแทนจากปันผลของ TISCO ที่ 5.4% ซึ่งจะช่วยหนุนราคาหุ้นของ KKP
มีความเสี่ยงที่จะปรับลดประมาณการสินเชื่อปี 2559 จากยอดขายรถยนต์ใหม่ที่ลดลง
หลังจากที่สินเชื่อลดลง 8.3% YoY และ 2.1% QoQ ในไตรมาส 1/59 เป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 2559 ของบริษัทถูกปรับลดลงเล้กน้อยจากเดิมประมาณ 0-2% เนื่องจากแนวโน้มการขายรถยนต์ใหม่ที่ลดลงในปีนี้และการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ ทั้งนี้ สินเชื่อเช่าซื้อคิดเป็น 64% ของสินเชื่อทั้งหมด ณ สิ้นเดือนมี.ค. ดังนั้น เรามองว่า สินเชื่ออาจหดตัว 4% ต่อเนื่อง ถ้ายอดขายรถยนต์ต่ำกว่าที่เราคาด บริษัทเชื่ว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ปี 2559 น่าจะเติบโตเพียงเล้กน้อยเท่านั้นหลังจากลดลงประมาณ 11% ในปี 2558 ทั้งนี้ อดขายรถใหม่ใน 2 เดือนแรกของปี 2559 ลดลง 12% YoY ที่ 109,000 คัน จากเศรษฐกิจที่เติบโตล่าช้า
ตั้งเป้าปรับหนี้เสียลดลง อาจหนุนให้มีการตั้งสำรองมากขึ้น
จากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ไม่เหมาะสมที่ 89% และอัตราส่วนหนี้เสียต่อหนี้สินรวมที่ 3.1% บริษัทชี้ว่า อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อาจลดลงอีกจากปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทวางที่จะปรับลดอัตราหนี้เสียประมาณ 2.6-3.0% ของหนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2559 จาก 3.1% จากนโยบายการจำหน่ายหนี้เสีย (700-800 ล้านบาทต่อไตรมาสในปีนี้) อาจส่งผลให้มีควาเมสี่ยงที่จะตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเป็น 3.7 พันล้านบาทในปีนี้ แต่เรายังคงสมมติฐานที่ 3.7 พันล้านบาทในปี 2559 (ลดลง 30% YoY) ทั้งนี้ ต้นทุนทางการเงินของ TISCO .oxu 2558 อยู่ที่ 2.1% ณ สิ้นปี 2558 และคาดว่าต้นทุทางการเงินในปี 2559 น่าจะลดลง 1.5% ของสินเชื่อ ณ สิ้นปี 2559
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มหดตัวในครึ่งหลังปี 2559 จากสินเชื่อที่ลดลง
TISCO เชื่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 3.99% ในไตรมาส 1/59 ได้แตะจุดสูงสุดไปแล้วและจะอ่อนตัวลงในช่วงหลังของปีจากสินเชื่อที่หดตัวและการแข่งขันด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่รุนแรง ผู้บริหารกล่าวว่านโยบายของบริษัทจะไม่เน้นสินเชื่อเติบโตแต่จะเน้นคุณภาพสินทรัพย์ เราจึงคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2559 จะหดตัวลงมาอยู่ที่ 3.5% จาก 3.7% ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามหากอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลงจาก 1.5% ในครึ่งหลังปี 2559 นั้นอาจหมายถึงอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเราปีนี้ ส่งผลให้เราอาจปรับประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และกำไรปี 2559ขึ้น








