วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CHG - ซื้อ

กำไรเติบโตสวยงามตามท้องเรื่อง

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่คำนวณด้วย DCF ณ สิ้นปี 2559 ใหม่ที่ 3.30 บาทต่อหุ้น (จากเดิมที่ 2.80 บาท) เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรเพิ่ม อ้างอิงค่า WACC ที่ 8.4% และ terminal growth rate ที่ 2.0% โดยเราชอบ CHG และแนะนำให้ลงทุนอย่างเต็มที่จากแนวโน้มกำไรหลักเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องที่ 26% ในช่วงปี 2559-2561 เรามองราคาจะได้รับการปรับระดับซื้อขายเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนแนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่งได้ในเร็ววัน เนื่องจากปัจจุบัน CHG ซื้อขายอยู่ที่ค่า PEG ปี 2559 ที่เพียง 1.8 เท่า เมื่อเทียบกับ 2.5 เท่า ของค่าเฉลี่ยทั่วโลก ในขณะที่ค่าเฉลี่ย PER ของบริษัทระหว่างปี 2559-2560 อยู่ที่ราว 41 เท่า ต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ 44 เท่าอยู่มาก เรามองปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจะมาจากคาดการณ์กำไรหลักไตรมาส 1/59 ทำสถิติสูงสุดใหม่ ทั้งนี้ในระยาวประมาณการของสำหรับปี 2560 ระบุถึงผลตอบแทนจากการลงทุนที่น่าประทับใจจากราคาเป้าหมายบื้องต้น ณ สิ้นปี 2560 คาดอยู่ที่ราว 3.6 บาทต่อหุ้น

มูลค่าเพิ่มจาก ร.พ จุฬารัตน์ระยองหนุนการปรับประมาณการ

เราปรับประมาณการกำไรหลักปี 2559 ขึ้น 1% ปี 2560 ขึ้น 2% และปี 2561 ขึ้น 3% เพื่อสะท้อนมูลค่าเพิ่มจากการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลรวมแพทย์ ในไตรมาส 1/59 โดยเรามีมมุมมองที่ดีต่อการเข้าซื้อร.พ. รวมแพทย์ระยอง (เดิมชื่อ “รวมแพทย์” ปัจจุบันชื่อ “จุฬารัตน์ระยอง”) ซึ่งมีผล ณ วันที่ 1 มี.ค. 2559 จากราคาเข้าซื้อที่ถูก เป็นสินทรัพย์ที่ดำเนินงานอยู่แล้วดี และมีอัพไซด์ต่อกำไรจากอัตรากำไรที่ดีขึ้นรวมถึงการขยายโรงพยาบาลได้ต่อเนื่อง โดยดีลดังกล่าวเพิ่มจำนวนเตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยในต่อ CHG ทันที 13% (จาก 392 เตียง ณ สิ้นปี 2558 มาอยู่ที่ 442 เตียง) และจำนวนหัวของผู้ป่วยประกันสังคมขึ้น 10% (จาก345,775 ราย ณ สิ้นปี 2558 มาอยู่ที่ 380,775 ราย)

คาดรายงานกำไรหลักรายไตรมาสทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 1/59 และ 3/59

เราคาด CHG จะพิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัทสามารถรายงายอัตราการใช้บริการที่สูงได้แม้มีการขยายเตียงและห้องตรวจเพิ่มที่โรงพยาบาล CHG 3 ซึงเริ่มเข้ามาในช่วงไตรมาส 1/59 โดยอัตราการเข้าพักในไตรมาส 1/59 คาดว่าเฉลี่ยทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 90% ในไตรมาส 1/59 สำหรับแผนกรักษาผู้ป่วยใน และ 70% สำหรับแผนกรักษาผู้ป่วยนอก เราจึงคาดบริษัทจะรายงานกำไรรายไตรมาสทำสถิติสูงสุดใหม่ใหม่ที่ 160 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 ก้าวกระโดดขึ้น 20% YoY และ12% QoQ เรามองกำไรรายไตรมาสมีแนวโน้มทำสถิติใหม่อีกครั้งในไตรมาส 3/59 หนุนโดยช่วงไฮซีซั่นและเตียงที่เพิ่มขึ้นใน CHG 9 และ 304 International

กำไรหลักปี 2559 เติบโตสูงสุดในกลุ่ม ชนะ SET

CHG เป็นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรหลักเติบโตสูงสุดในกลุ่มการแพทย์ของเราในปี 2559 และสูงกว่า หุ้นที่เราวิเคราะห์ใน SET กำไรหลักของ CHG คาดเติบโต
26% เมื่อเทียบกับ 16% ของกลุ่มและ SET ที่ตัวเลขทรงตัว จากหุ้นที่เราวิเคราะห์ในกลุ่มการแพทย์ CHG เป็นบริษัทเดียวที่มีกำไรเติบโตแบบเพิ่มเติมปี 2559 (ทั้งจากการขยายการบริการในโรงพยาบาลเดิม และการเข้าซื้อโรงพยาบาลใหม่ในไตรมาส 1/59)–คิดเป็นจำนวนเตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยในใหม่ 154 เตียง หรือเติบโต 39% มาอยู่ที่ 546 เตียง ภายในสิ้นปี 2559 (เตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยในใหม่จาก CHG 3 50 เตียง CHG ระยอง 39 50 เตียง CHG 9 39 เตียงและ 304 International 10 เตียง)

อาจมีอัพไซด์ต่อกำไรจากการเข้าซื้อโรงพยาบาลใหม่เพิ่มเติม

สถานะการเงินของ CHG อยู่ในเกณฑ์ดีมากจากสถานะเงินสดสุทธิทุกปีในช่วงปี 2553-2558 และมีแนวโน้มรักษาอยู่ในสถานะดังกล่าว ณ สิ้นปี 2559 ด้วยสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพียง 0.3 เท่า ซึ่งงบการเงินที่แข็งแกร่งจะหนุนโอกาสการลงทุนและเข้าซื้อใหม่ในอนาคตเพื่อรักษาแนวโน้มกำไรเติบโตระยะยาว โดยการเข้าซื้อดีลใหม่จะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการของเราและตลาด