แรงกดดันรอบด้าน
SET วานนี้ทรุดตัวลงแรงตาม Sentiment เชิงลบของกลุ่มธนาคารที่ปรับลดดอกเบี้ย MLR รวมถึงกลุ่ม ICT ประเด็นราคาคลื่น 4G รอบสองเริ่มต้นที่ 7.5 หมื่นลบ. กดดันให้ SET ปิดที่ 1,356.69 จุด (-16.90 จุด) Volume 5.1 หมื่นลบ. โดย Foreign Net -2,844 ลบ. , Net TFEX -62 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
- ตลาดหุ้น DJ -174.09 จุด จากความกังวลภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ว่ายอดผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 267,000 ราย
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงล่าสุด 37.9 USD/Barrel จากความกังวลภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด หลังจากอิรักเผยว่าการส่งออกน้ำมันในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับเฉลี่ย
- ECB กังวลต่อภาวะอัตราเงินเฟ้อต่ำ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากจะสกัดการใช้จ่ายและการลงทุน ดังนั้น ECB พร้อมจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกในอนาคต
- กลุ่มธนาคารปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลงกดดันต่อ NIM รวมถึง Preview งบ Q1/59 คาดสินเชื่อยังชะลอตัวและตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้นกดดันต่อกำไร
- Fund Flow ต่างชาติพลิกเป็น Net Sell หุ้น 3 วันราว 5.5 พันลบ. และ Short TFEX 1.6 หมื่นสัญญา
+ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายร้านอาหาร-โรงแรมช่วงสงกรานต์ 9-17 เม.ย.
ภาวะตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยลบจากความกังวลภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว , ภาวะอัตรเงินเฟ้าต่ำในยูโรโซน , Fund Flow ต่างชาติพลิกเป็น Net Sell รวมถึงแรงขายในกลุ่ม BANK และ ICT ดังนั้นประเมินว่า SET จะปรับตัวลงโดยมีโซนแนวรับที่ 1,340 – 1,350 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำซื้อสะสมช่วงอ่อนตัวแบบ Selective Buy
- MTLS SAWAD GL กลุ่ม Leasing ต้นทุนการกู้ยืมลดลงหลังจากธพ.ปรับลดดอกเบี้ย MLR ลง
- MINT CENTEL มาตรการกระตุ้นช่วงสงกรานต์ 9-17 เม.ย.
- STA TRUBB ราคายางพาราปรับตัวขึ้น 43% YTD ล่าสุด 175 Yen/Kg
- TTA PSL ค่าระวางเรือ + 72% MoM ล่าสุด 517 จุด
- AOT BA AAV ช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่ 8-18 เม.ย. คาดยอดผู้โดยสารรวม 6 แห่ง 3.98 ล้านคน +16% YoY
- กลุ่มที่คาดว่ากำไร Q1/59 จะเติบโต CPF VIBHA EPG TMT BJCHI XO
ประเด็นข่าวอื่น
- SOLAR ได้งานกรมพลังงานทหาร ชื่อโครงการจัดซื้อระบบผลิตไฟฟ้าและสูบน้ำด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ขนาดไม่น้อยกว่า 1,200 เมกะวัตต์ พร้อมติดตั้งจำนวน 200 ระบบ มูลค่างาน 237 ล้านบาท
- TSTH งบเทิร์นอะราวด์ หลังได้อานิสงส์ราคาเหล็กเส้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากภาวะเหล็กขาดตลาดอย่างหนัก
หุ้นแนะนำพิเศษ
KTB ราคาปิด 17.40 บาท ราคาพื้นฐาน 20 บาท
- Q1/59 การเติบโตของสินเชื่อไม่ดีนัก รวมถึง NPL ที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปลายปี 58 ทำให้ KTB เพิ่มระดับการตั้งสำรองหนี้สูญจากเดิม 700 เป็น 1,000 ล้านบาท/เดือนและมีการตั้งสำรองพิเศษเพิ่มด้วย ฝ่ายวิจัยคาดคชจ.สำรองหนี้สูญ Q1/59 อยู่ที่ 4.5 พันลบ. ส่วนแนวโน้มกำไร 1Q59 ต่ำกว่า 1Q58 ที่มีคชจ.สำรอง 3.7 พันลบ.และมีกำไร 7.9 พันลบ. แต่จะดีกว่า 4Q58 ที่มีคชจ.สำรองหนี้สูญ 8.8 พันลบ.และมีกำไร 6.7 พันลบ. คาดกำไร 1Q59 ราว 7.4 พันลบ. ลดลง 6%YoY แต่เพิ่มขึ้น 10%QoQ
- ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 58 หุ้นละ 0.76 บาท yield 4.4% สูงที่สุดในกลุ่มแบงก์ขนาดใหญ่ XD 10 พ.ค. วันจ่าย 27 พ.ค.
หุ้นมีข่าว
- TOP (ราคาปิด 68.75 ราคาเหมาะสม 68) แจ้งความคืบหน้าโครงการผลิตสาร Linear Alkyl Benzene (LAB) ได้เดินเครื่องผลิตแล้วเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มค่าการกลั่น (GRM) ได้ราว 40-60 เซนต์/บาร์เรล ขณะที่โรงไฟฟ้า SPP สามารถเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 1 โครงการเมื่อวันที่ 1 เม.ย. และอีก 1 โครงการจะเริ่ม COD ในเดือนมิ.ย.
- GPSC (ราคาปิด 24.70 แนะนำซื้อ 30.70) เล็งร่วมทุนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับสะสมพลังงานโซลาร์ คาดชัดเจนปี 60 หลังถือหุ้น 24M ประมาณ 17% ระบุในระยะสั้น 24M มีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียน คาดอาจต้องใช้เงินรักษาสัดส่วนการถือหุ้น 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ที่มา:ข่าวหุ้น)
- SENA (ราคาปิด 2.52 แนะนำซื้อเก็งกำไร) แย้มงบไตรมาส 1/59 แจ่ม! รับอานิสงส์ยอดโอนไหลลื่น พร้อมโกยยอดขายพุ่ง 1,000 ล้านบาท มั่นใจปีนี้รายได้โต 50% แตะ 3,500 ล้านบาท เดินหน้าเปิดใหม่ตามแผน 9 โครงการ มูลค่ารวม 5,300 ล้านบาท (ที่มา:ข่าวหุ้น)
- PAE ตลท.ปลดป้าย SP เปิดให้ซื้อขายได้ระหว่าง 8 เม.ย. ถึง 9 พ.ค. 59 ก่อนแขวนป้าย SP ตั้งแต่ 10 พ.ค .59 จนกว่าบริษัทจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขฐานะการเงินและการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลท. โดยกำหนดให้ราคาซื้อขายของ PAEในวันที่ 8 เม.ย. 59 มีราคาสูงสุดและต่ำสุดไม่เกินหนึ่งเท่าจากราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (0.09 บาท) และกำหนดให้ราคาซื้อขายของ PAE-W1มีราคาสูงสุดและต่ำสุดไม่เกินหนึ่งเท่าจากราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายของ PAE (0.01 บาท) คูณด้วยอัตราแปลงสภาพ (1:1)
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -174.09 จุด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,541.96 จุด ร่วงลง 174.09 จุด หรือ -0.98% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,848.37 จุด ลดลง 72.35 จุด หรือ -1.47% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,041.91 จุด ลดลง 24.75 จุด หรือ -1.20%เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า ภาวะซบเซาของเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงกดดันให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลง ขณะที่รายงานการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่อีซีบีได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อต่ำและแนวโน้มการลงทุนที่อ่อนแอลงในยูโรโซน
ตลาดน้ำมัน NYMEX -0.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค.ปิดลดลง 49 เซนต์ หรือ 1.3% แตะที่ 37.26 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด หลังจากอิรักเปิดเผยว่า การส่งออกน้ำมันในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับเฉลี่ย









