วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลงแรงหลุด 1360

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (31 มี.ค.-6 เม.ย. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวลง DJIA ทรงตัว 0.0%, DAX -4.2%, CAC ฝรั่งเศส -3.6% และ FTSE -0.7% การปรับตัวลง นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงสู่บริเวณ US$35/ barrel สำหรับ NYMEX ระหว่างสัปดาห์จากความกังวลว่าการประชุมระหว่างผู้ผลิตน้ำมันในวันที่ 17 เม.ย. จะไม่สามารถตกลงตรึงกำลังการผลิตน้ำมันได้

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (31 มี.ค.-6 เม.ย. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 1.7% ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเชิงบวกดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน มี.ค.ของจีนอยู่ที่ 50.2 จุด ดีกว่าที่ตลาดคาดที่ 49.4 จุดและยืนเหนือ 50 จุดครั้งแรกในรอบ 8 เดือน สร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อเศรษฐกิจจีนที่มีเสถียรภาพมากขึ้น แม้ว่าจะเผชิญกับแรงขายทำกำไรมากขึ้นก็ตาม

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (31 มี.ค.-7 เม.ย. 2559)

SET INDEX ปรับฐานลงหลุดแนว 1,360 จุด ถูกกดดันจากหุ้นหลักทั้ง 3 กลุ่มอย่างกลุ่มพลังงานที่ราคาน้ำมันดิบปรับฐานลง/กลุ่มธนาคาร จากการทยอยประกาศลดอัตราดอกเบี้ย MLR ของธนาคารหลัก/กลุ่ม ICT กับแนวทางการตัดสินใจใบอนุญาตคลื่น 900MHz อีกทั้งเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,356.69 จุด ลดลง 53.60 จุด หรือ -3.80% ณ วันที่ 7 เม.ย.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (8-12 เม.ย. 2559)

MBKET ปรับน้ำหนักการลงทุนลงเป็น “กลาง” จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่เป็น “กลางถึงบวก” เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย ทำให้มูลค่าการซื้อขายน่าจะกลับมาเบาบางเฉลี่ย 2.0-2.5 หมื่นล้านบาท/วัน ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มชะลอตัว ทำให้หุ้นขนาดใหญ่ต่างเข้าสู่ช่วงของการพักฐาน บวกกับกลุ่มหลักมีแรงกดดันเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคารที่ KBANK-SCB - KTB ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย MLR กดดันต่อ NIM ใน 2Q59 หรือ กลุ่ม ICT กับประเด็นใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900MHz ของ JAS Mobile ว่าจะออกมาเป็นการประมูลใหม่ หรือ จะให้แก่ผู้ประมูลสูงสุดลำดับที่ 2 อย่าง ADVANC ได้ไป

ทั้งนี้ปัจจัยที่จะทำให้ SET INDEX กลับมาฟื้นตัวได้ หากราคาน้ำมันดิบ NYMEX/BRENT กลับมาฟื้นตัว แต่เราให้น้ำหนักกับประเด็นนี้จำกัด เพราะท่าทีของซาอุฯ และรัสเซียที่อาจไม่ยึดข้อตกลงที่ให้ไว้ต่อการคงเพดานการผลิตในเดือนม.ค. ย่อมทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ระหว่าง อุปสงค์ และ อุปทาน ที่กว้างมากยิ่งขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ “นักลงทุนปรับพอร์ตออกจากกลุ่ม ICT/พลังงาน และกลับมาเพิ่มน้ำหนักกลุ่มขนาดกลาง หรือหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นเชิงบวกเฉพาะตัวเป็นทางเลือกในช่วงที่ตลาดแกว่งออกด้านข้าง” เราประเมินกรอบแกว่งไว้ระหว่าง 1,350-1,370 จุด 

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการทยอยประมาณการงบการเงิน 1Q59 ของกลุ่มธนาคาร

2. ติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)

3. ติดตามรายงาน Beige Book ของ 12 เขตเศรษฐกิจเฟด

4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ การส่งออก-นำเข้า และ GDP ใน 1Q59