วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ADVANC

การซื้อใบอนุญาต 900 เมกะเฮิร์ซส่งผลให้มูลค่าต่อหุ้นลดลงและถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิด

ประเด็นใหม่

แอ็ดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ค (AWN) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ADVANC ทำการยื่นเรื่องกับกสทช.ขอให้กสทช. ทำการให้ใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซกับ AWN ในราคาที่เท่ากับราคาทื่แจ็ส โมบาย บรอดแบนด์ชนะการประมูลรอบที่แล้วที่ 75,654 ล้านบาท บอร์ดกสทช.จะทำการพิจารณาข้อเสนอของ AWN และถ้าหากกสทช.มีมติเห็นชอบข้อเสนอของ AWN ADVANC จะทำการยื่นเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติการเข้าซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ ทั้งนี้กสทช.กล่าวว่าได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อนายกฯ เพื่อให้นายกฯ พิจารณาไปแล้ว ด้านนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่ารัฐบาลพร้อมที่จะใช้อำนาจพิเศษภายใต้มาตรา 44 เพื่อเปิดทางให้ AWN เข้าซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ข่าวลบต่อ ADVANC–การซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซส่งผลให้มูลค่าต่อหุ้นลดลง

ADVANC ยอมรับว่าได้ทำการเสนอเรื่องการซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซต่อกสทช.จริง แต่เรายังคงไม่รู้จริงๆ ว่าเรื่องที่นำเสนอให้กับกสทช.ท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่การซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซสำเร็จหรือไม่ ถ้าหากว่า ADVANC สามารถเข้าซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซจริงในที่สุด เราประเมินว่าจะส่งผลกระทบทางลบต่อ ADVANC เนื่องจากการซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซในราคาที่สูงมากถึง 7.6 หมื่นล้านบาทอย่างไร้เหตุผล แต่สามารถใช้คลื่นความถี่ได้เพียงแค่ 7.5 เมกะเฮิร์ซจากทั้งหมด 10 เมกะเฮิร์ซย่อมนำไปสู่มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลงแทนที่จะเพิ่มมูลค่าในส่วนของผู้ถือหุ้น ให้ตั้งข้อสังเกตว่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซล็อตแรกที่ JAS ทิ้งไปอยู่ใกล้กับคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ซของ DTAC นั่นหมายความว่าจำนวน 2.5 เมกะเฮิร์ซจากทั้งหมด 10 เมกะเฮิร์ซจะต้องถูกกันไว้ทางเทคนิคเป็นการ์ดแบนด์เพื่อป้องกันการรบกวนของคลื่นความถี่ซึ่งกันและกัน เราเชื่อว่าไม่คุ้มที่จะลงทุนตั้ง 7.6 หมื่นล้านบาทเพื่อที่จะได้ใช้คลื่นความถี่ 900 เพียงแค่ 7.5 เมกะเฮิร์ซเท่านั้น

การซื้อใบอนุญาต 900 เมกะเฮิร์ซจะถูกตั้งคำถามจากผู้ถือหุ้น

บริษัทได้ทำการชี้แจงไปแล้วก่อนหน้าว่าบริษัทได้ตัดสินใจถูกแล้วที่จะทิ้งใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซที่ TRUE ชนะการประมูลไปก่อนหน้าที่ราคา 7.6 หมื่นล้านบาทและใช้เงินจำนวน 7.6 หมื่นล้านบาทเพื่อเป็นเงินลงทุนสำหรับการขยายโครงข่าย 4 จีและสำหรับการดูแลลูกค้า 2 จีบนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ

รวมทั้งบริษัทยังกล่าวว่าบริษัทไม่สนใจที่จะเข้าประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซใหม่อีกครั้งในราคาประมูลที่ JAS ชนะการประมูล ดังนั้นการเข้าซื้อใบอนุญาต 900 เมกะเฮิร์ซในครั้งนี้จึงสร้างความสับสนอย่างมากเนื่องจากความคลุมเครือต่อจุดยืนของบริษัทที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เราเชื่อว่า ณ ปัจจุบันบริษัทได้ใช้เงินลงทุนไปแล้วประมาณ 4 พันล้านบาทจากงบที่ตั้งเป้าไว้จำนวน 8 พันล้านบาทสำหรับการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ของลูกค้า 2 จีและทำการเซ็นเอ็มโอยูสำหรับดีลการเป็นพันธมิตรกับทีโอทีเพื่อที่จะใช้คลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิร์ซไปแล้ว ดังนั้นจึงตั้งข้อสงสัยสำหรับจุดยืนของบริษัทที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

การเข้าซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซจะส่งผลให้ต้องมีการปรับลดประมาณการลงจากเดิม

ถ้าหากการเข้าซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซเกิดขึ้นจริง เราจะทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของเราสำหรับ ADVANC และ INTUCH รวมถึงราคาเป้าหมายและคำแนะนำหุ้นสำหรับทั้งสองบริษัท ประมาณการเบื้องต้นบ่งชี้ว่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซจะส่งผลให้มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับใบอนุญาต 900 เมกะเฮิร์ซตลอดทั้งอายุใบอนุญาต 15 ปี ได้แก่ ขาดทุนสุทธิ 3.7 พันล้านบาทในปี 2560 ขาดทุนสุทธิ 4 พันล้านบาทในปี 2561 และขาดทุนสุทธิ 5-6 พันล้านบาทต่อปีในช่วง ระหว่างปี 2562-65 ก่อนที่ขาดทุนสุทธิจะลดลงเหลือ 0.5-4 พันล้านบาทต่อปีในช่วงระหว่างปี 2566-73 ซึ่งนั่นหมายถึงจะส่งผลให้กำไรสุทธิของงบรวมของ ADVANC ปรับลดลง 12% ในช่วงปี 2560-61 ปรับลดลง 17-19% ในช่วงปี 2562-63 ปรับลดลง 21-22% ในช่วงปี 2564-65 และปรับลดลง 4-20% ในช่วงปี 2566-73 การเข้าซื้อใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซที่ราคา 7.6 หมื่นล้านบาทจะส่งผลให้มูลค่าส่วนผู้ถือหุ้นลดลงอีก 35 บาทต่อหุ้น (หรือลดลง 16%) ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซที่ 5 พันล้านบาทต่อปีและภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ 1.3-2 พันล้านบาทต่อปีจะส่งผลให้กำไรสุทธิของงบรวมของ ADVANC ปรับตัวแย่ลง เราเชื่อว่าความสามารถในการรักษาระดับเงินปันผลที่ 100% ของ ADVANC ดูแล้วจะเป็นไปได้ยากมากภายใน 5 ปีข้างหน้า