วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันปรับลดลง หลังซาอุดิอาระเบียมีแนวโน้มเมินการคงเป้าหมายการผลิตน้ำมันดิบ


- ราคาน้ำมันดิบปรับลดร้อยละ 4 เนื่องจากตลาดให้ความสำคัญกับปัจจัยของปริมาณการผลิตของกลุ่มโอเปคในเดือนมี.ค.ที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่าจำนวนหลุมขุดเจาะลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 15 ติดต่อกัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงร้อยละ 3 จากสัปดาห์ก่อน ส่วนในไตรมาสแรกปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 6  จากไตรมาสก่อน สำหรับราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลงร้อยละ 7 จากสัปดาห์ก่อน โดยรายไตรมาสราคาปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ซึ่งปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาเน้นไปที่ข่าวของผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคที่อาจจะจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ

- เจ้าชายของซาอุดิอาระเบียรายงานว่าซาอุดิอาระเบียจะไม่จำกัดปริมาณการผลิต หากอิหร่าน รัสเซีย เวเนซูเอลา และผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อื่นๆ ไม่ปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้อิหร่านยืนกรานว่าจะไม่ปรับลดการผลิตจนกว่าจะสามารถกลับมาส่งออกได้ในระดับเดิมก่อนที่จะถูกคว่ำบาตร

- โดยค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payroll) ของสหรัฐ ในเดือนมี.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่ง มากกว่าคาดที่ 205,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 5 ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นกลายเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ

+ จำนวนหลุมขุดเจาะลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 15 ติดต่อกัน มาสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2483 หลังราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ประสบปัญหาภาวะทางการเงิน โดยปริมาณหลุมขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 1 เม.ย. ลดลง 14 แหล่ง มาสู่ที่ 450 แหล่ง ซึ่งลดลงมากกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ปริมาณแหล่งขุดเจาะอยู่ที่ 1,028 แหล่ง โดยในปี 2558 จำนวนแหล่งขุดเจาะลดลง ทั้งสิ้น 1,142 แหล่ง หรือลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22 แหล่งต่อสัปดาห์ ทั้งนี้จึงคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในปี 2559 คาดว่าจะลดลงมาที่ 8.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากในปี 2558 ที่ 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นการลดลงร้อยละ 7 ส่วนในปี 2560 คาดว่าปริมาณการผลิตจะลดลงมาที่ 8.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณอุปทานที่มีเพียงพอในตลาด ประกอบกับการส่งออกน้ำมันเบนซินจากตะวันออกกลางมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบางส่วนจะมาทดแทนการผลิตที่ลดลงในเอเชียเหนือ หลังโรงกลั่นในจีนและไต้หวันจะลดปริมาณการส่งออกลงในเดือนเม.ย.เนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉิน

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องมาจากอุปทานที่มีเพียงพอหลังปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในอินเดียและศรีลังกาที่มีเข้ามาในตลาดเนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงกลั่น

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปครวม 15 ประเทศ ในวันที่ 17 เม.ย. นี้ ณ เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการคงกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ระดับเดียวกับ ม.ค. 59 และรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบ โดยเอกาดอร์ กล่าวว่า  ผู้ผลิตในละตินอเมริกาจะมีการประชุมเพื่อหารือถึงข้อตกลงดังกล่าวในวันที่ 8 เม.ย. นี้ด้วย

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบประวัติกาลที่ 534.8 ล้านบาร์เรล หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบและปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง

- ภาวะอุปทานล้นตลาดยังคงส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปคยังอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่องหลังซาอุดิอาระเบียและคูเวตตกลงกันได้ว่าจะกลับมาผลิตน้ำมันดิบจากแหล่ง Khafji


ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999