วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมคิด'เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งจากภายใน

"สมคิด" ชี้เศรษฐกิจไทยอ่อนแรง ต้องเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ด้าน "ทนง" ชี้เศรษฐกิจไทยไม่หมุนเวียน การลงทุนไม่ขยับ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในงาน “นิด้า 5 ทศวรรษกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า ขณะนี้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยอ่อนแรง จากปัญหาและอุปสรรคภายใน ดังนั้นหากไม่เร่งปฏิรูปในด้านต่างๆในช่วง 5-6 ปี ข้างหน้า จีดีพีของไทยจะขยายตัวแบบไม่ยั่งยืนและลดต่ำกว่าร้อยละ 3 อย่างแน่นอน ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องใช้โอกาสในช่วง 2 ปี นี้ เร่งรัดการปฏิรูปในด้านต่างๆ เพื่อให้มีความเข็มแข็งมาจากภายใน ประกอบด้วย 1.การเปลี่ยนจากภาคเกษตรปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อขายผลผลิตเพียงอย่างเดียว ปรับมาเป็นปลูกพืชหลากหลายตามความต้องการของตลาด นำไปสู่การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้ภาคเกษตรมีความเข็มแข็ง เพราะขณะนี้รัฐบาลได้พยายามส่งเสริมตลาดประชารัฐ ผลักดันห้างสรรพสินค้าช่วยเป็นตลาดรับซื้อ การให้สินเชื่อจากแบงก์รัฐเพื่อเติมทุนให้ภาคเกษตร

2.การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย ผ่านการใช้บทวิจัย แนวคิดนวัตกรรมใหม่มาปรับใช้ในเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทย ต่อไปหากต้องการขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอต้องมีเงื่อนไขการเน้นวิจัยและพัฒนา 3.การสร้างศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ เพื่อเน้นทางเอสเอ็มอีรายใหม่ที่ผ่านการพัฒนาด้วยพื้นฐานเทคโนโลยี ในการนำสินค้าเดิมที่มีอยู่มาต่อยอดกับการออกแบบ ผ่านการสนับสนุนโดยเอกชนรายใหญ่ และรัฐบาลสนับสนุน 4.ต้องการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยปรับปรุงหลักสูตรพัฒนาแนวคิดให้นักศึกษา ใช้แนวคิดใหม่ผ่านหลักสูตรคณิตศาสตร์ประยุกต์ การวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม

ด้านนายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน มีอัตราการว่างงานต่ำมากไม่ถึงร้อยละ 1 อัตราเงินเฟ้อแทบติดลบ อัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่การลงทุนไม่ขยับตัว การบริโภคไม่ขยายเพิ่ม จึงทำให้เศรษฐกิจไม่เกิดการหมุนเวียน การว่างงานต่ำมากจึงดูเหมือนคนมีงานทำทุกคน แต่ผลิตภาพและผลผลิตกลับไม่มีคุณภาพ นับเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ซึ่งต้องเร่งทำการปฏิรูป เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมานับว่าขาดคุณภาพ

ดังนั้นเพื่อพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต้องปรับทัศนคติ แนวคิด ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความพอดี ทั้งการสร้างหนี้สิน ขยายกิจการ ภาครัฐต้องสร้างจิตสำนึก ธรรมาภิบาลให้เกิดกับทุกภาคส่วน จากนั้นเร่งผลักดันภาคเกษตรพัฒนาไปสู่ภาคอุตสาหกรรมแปรรูปหรือภาคบริการ เพราะภาคเกษตรไทยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 40 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ญี่ปุ่น สหรัฐ มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5 ดังนั้นในช่วง 10 ปีข้างหน้าต้องลดภาคเกษตรให้ได้กว่า 10 ล้านคน เฉลี่ยปีละ 1 ล้านคน คาดว่าจะสร้างกำลังซื้อและพัฒนาประชาชนให้มีคุณภาพสูงขึ้นในอนาคต