Backlog ทำจุดสูงสุดใหม่... “ซื้อ”
เรายังแนะนำ “ซื้อ” ARROW ที่ราคาเป้าหมายปี 2016 เท่ากับ 16.70 บาท อิง PE 16 เท่า เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณบวกในผลประกอบการ 1Q16 ทั้งยอดขายรายเดือนและ Backlog ที่ดีขึ้นกว่า 4Q15 จากการฟื้นตัวของงานก่อสร้างอาคาร และการปรับมาใช้กลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 55% เป็น 65% ขณะเดียวกัน ท่ออ่อนร้อยสายไฟกันน้ำที่ใช้ในกลุ่มสื่อสารยังผลิตเต็มกำลัง ตามการเร่งขยายโครงข่าย 4G ของ Mobile Operator เช่นเดียวกับบริษัทลูกที่มี Backlog จากงานวางระบบท่อร้อยสายไฟในโรงงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 4 เท่าตัว ส่วน Upside หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับงานโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยเฉพาะโครงการนำสายไฟลงใต้ดิน ซึ่งคาดว่า กฟน. จะเปิดประมูลอีกครั้งใน 2Q16 มูลค่ารวมทั้งโครงการอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ด้วยแนวโน้มกำไรสุทธิที่ขยายตัวต่อเนื่องและ ROE ที่สร้างได้สูงถึง 28% เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มวัสดุก่อสร้างและรับเหมาที่ 6% และ 9% เราจึงมองว่าราคาปัจจุบันที่ซื้อขายบน PE2016 เพียง 13 เท่ายังไม่แพง แถมมีปันผลงวด 2H15 ที่จะจ่ายอีก 0.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3% ขึ้น XD 29 เม.ย. 2016
ผลประกอบการ 1Q16 มีแนวโน้มเติบโตทั้ง Y-Y และ Q-Q
เราคาดว่าสาเหตุที่ราคาหุ้นเคลื่อนไหวนิ่งใน 4Q15 ต่อเนื่องถึง 1Q16 เพราะกำไรสุทธิ 4Q15 ชะลอตัว 7% Q-Q ตามงานก่อสร้างที่ซบเซา อีกทั้ง ยังมีความกังวลกับราคาเหล็กซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่เพิ่มขึ้น 14% YTD แต่ด้วยความที่งานก่อสร้างอาคารเริ่มฟื้นตัว สังเกตได้จากยอดขอจดทะเบียนอาคารชุด ธ.ค. 2015 ที่เพิ่มขึ้น 5% M-M และ 7% Y-Y อีกทั้งผลจากการปรับมาใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกมากขึ้น ทำให้ยอดขายกระชากแรงในช่วง ก.พ.-มี.ค. 2016 เราจึงคาดว่ายอดขาย 1Q16 จะเพิ่มขึ้น 8-10% Q-Q แต่เมื่อเทียบ Y-Y อาจทรงตัวที่ระดับ 310 ล้านบาท ส่วนต้นทุนราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้น คาดว่ากระทบอัตรากำไรขั้นต้นไม่มาก เพราะ ARROW สามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้บางส่วน (เนื่องจากเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งสูงถึง 55%) อีกทั้งงานผลิตท่ออ่อนร้อยสายไฟกันน้ำที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อลดทอนตามราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 33.0% ลดลงจาก 36.1% ใน 4Q15 แต่เพิ่มขึ้นจาก 30.9% ใน 1Q15 เมื่อสุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ทรงตัวแล้ว เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิที่ 66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% Q-Q และ 7% Y-Y
Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ทำให้กำไรสุทธิ 2Q16 อาจไม่แย่เหมือนทุกปี
Backlog ล่าสุดอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในส่วนของท่อร้อยสายไฟอยู่ที่ 250 ล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทที่ 180-200 ล้านบาท ส่วน Backlog งานวางระบบท่อร้อยสายไฟในโรงงานของ บริษัท เมฆา-เอส จำกัด ที่เป็นบริษัทย่อย (ถือหุ้น 65%) ก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 200 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีเพียง 50-60 ล้านบาท ซึ่ง Backlog ส่วนใหญ่ของ ARROW จะรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาสถัดไป ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q16 ที่ปกติเป็น Low Season ของงานก่อสร้าง กำไรสุทธิอาจไม่ลดลงแรง 10-20% Q-Q เหมือนที่ผ่านมา และเป็นไปได้สูงที่จะดีถึงขั้นทรงตัว Q-Q (+15-17% Y-Y)
Upside อยู่ที่สินค้าใหม่และงานโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าหวังได้มากขึ้น
หลังจากได้เข้าพบผู้บริหาร ทำให้เรามั่นใจกับการเติบโตของธุรกิจเดิมมากขึ้น ส่วน Upside หลังจากนี้จะเปิดกว้างมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการอนุมัติโครงการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐฯ โดยเฉพาะโครงการนำสายไฟลงใต้ดินของ กฟน. ซึ่งคิดเป็นมูลค่าในส่วนของท่อประมาณ 3,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการยาวไปถึงปี 2020 ปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดนี้รวม ARROW เพียง 2 รายที่ผ่าน มอก. ทุกระยะ 10 กิโลเมตร ที่ได้จะเพิ่มรายได้ราว 70 ล้านบาท ส่งผลบวกกับราคา 0.80 บาท/หุ้น (ทั้งโครงการประมาณ 200 กิโลเมตร) คาดว่าจะได้เห็นการอนุมัติในเฟสถัดไปช่วง 2Q16 นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีเขียวส่วนต่อขยายที่ใกล้วางระบบไฟฟ้า โดยถ้าไม่รวมโครงการทั้งหมดนี้ เราคาดกำไรสุทธิปี 2016 กรณีปกติโต 8% Y-Y เป็น 264 ล้านบาท









