"สมคิด" สั่งเร่งรัดใช้เงินผ่านระบบ "E-Payment" คาดเริ่มจ่ายเงินซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ได้ช่วงเดือน ก.ค.นี้
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์ National E-Payment เพื่อต้องการเร่งรัดแผนดำเนินการ ส่งเสริมให้ประชาชนชำระเงินจากบริการหรือซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ เช่น ชำระเงินผ่านระบบมือถือ หมายเลขบัตรประชาชน เพื่อโอนเงินจากบัญชี หรือ ชำระจากบัตรต่างทุกรูปแบบ ทุกแบงก์ ทุกร้านค้า ให้รับชำระเงิน หรือเรียกว่า “นานา นาม” โดยจะเริ่มดำเนินการได้ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ สำหรับ เฟสแรก จะเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายเงินชำระสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือหรือเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวกขึ้น
จากนั้น เฟส 2 จะเริ่มเชื่อมโยงเครื่องรูดบัตร EDC ทุกธนาคารรวมกัน เพื่อใช้ระบบเดียวกันทั้งหมดทั่วประเทศ รวมไปถึงร้านค้าทั่วไปซึ่งได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องติดตั้งเครื่องรับบัตร โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีกับธนาคาร เพื่อใช้จ่ายเงินจากทุกช่องทาง โดยกำหนดให้ทุกร้านค้าที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ต้องมีเครื่องรับบัตร (EDC) ประมาณ 500,000 เครื่อง จากเป้าหมายให้ร้านค้า 1 ล้านเครื่องช่วงปีแรก จากปัจจุบันร้านค้ามีเครื่องรับบัตรอยู่ 300,000 เครื่อง โดยเริ่มกระจายเครื่องรับบัตรให้ทันเดือนกรกฎาคมเช่นเดียวกัน จากนั้นในขั้นที่ 3 จะเริ่มเชื่อมโยงการซื้อขายสินค้ากับระบบภาษีของกรมสรรพากร เพื่อรวมข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อสินค้า การหัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะเมื่อกำหนดให้ทุกรายการซื้อขายตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปต้องจ่ายผ่านเครื่อง จะทำให้ข้อมูลทุกด้านไหลเข้ามาอยู่ด้วยกัน เฟสต่อมาจะเริ่มบันทึกข้อมูลประชาชน เมื่อรับรู้รายรับ-รายจ่ายของทุกคน เพื่อเชื่อมโยงกับกรมสรรพากร และสามารถจัดสรรสวัสดิการได้อย่างถูกกลุ่ม เมื่อถือบัตรประชาชนไปใช้บริการผ่านเครื่องจะได้รับสิทธิ์ทันที เมื่อมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์
สำหรับเฟสสุดท้าย การมุ่งเสริมการใช้ e-Payment ของภาครัฐ ทั้งการรับจ่ายเงินจากหน่วยงานรัฐ ภายในสิ้นปีนี้จะดำเนินการผ่านระบบ e-Payment ผ่านแรงจูงใจด้านต่าง ๆ ทั้งการให้สิทธิ์ประโยชน์ทางภาษี หากใช้ระบบ e-Payment จะเสียภาษีถูกกว่าการจ่ายเงินสด การจับรางวัล ชิงโชค หรือหากจ่ายเงินผ่านเครื่องจะได้รับราคาถูกลง








