ราคาน้ำมันดิบร่วง หลังอุปทานปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการกลับมาผลิตน้ำมันดิบในแหล่ง Khafji ของคูเวตและซาอุดิอาระเบีย
- ราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลดลงประมาณร้อยละ 3 วานนี้ หลังจากนักลงทุนในตลาดซื้อขายน้ำมันดิบได้กลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์อุปทานล้นตลาดอีกครั้ง หลังซาอุดิอาระเบียและคูเวต ประกาศที่จะกลับมาผลิตน้ำมันดิบจากแหล่ง Khafji ที่เคยมีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 300,000 บาร์เรลต่อวันอีกครั้ง หลังจากได้หยุดการผลิตไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2557 จากเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อม โดยแหล่ง Khafji ตั้งอยู่ในเขตชายแดนระหว่างซาอุดิอาระเบียและคูเวต
- นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากท่าทีของอิหร่านที่ถึงแม้ว่าจะตอบรับการเข้าร่วมการประชุมของกลุ่มประเทศโอเปคที่จะหารือเกี่ยวกับการคงกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม ณ กรุงโดฮา ในวันที่ 17 เมษายน 2559 นี้ อย่างไรก็ดีอิหร่านยังไม่มีท่าทีที่จะตอบตกลงเข้าร่วมแผนการคงระดับการผลิตน้ำมันดิบในครั้งนี้
+/- อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ของสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9 ล้านบาร์เรลซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.3 ล้านบาร์เรล
+ ค่าเงินดอลลาร์ ได้ปรับตัวอ่อนค่าลง หลัง Janet Yellen ประธานธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาให้ความเห็นว่า เฟดควรจะระมัดระวังในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายของสหรัฐ เนื่องจากยังคงกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกที่อาจจะยังส่งผลต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดิบมีราคาต่ำลงในสายตานักลงทุนที่ถือครองเงินสกุลอื่นๆ
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันเบนซินที่เพิ่มมากขึ้นจากประเทศจีนในช่วงสองเดือนแรกของปี 2559 อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันเบนซินยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศเคนย่า
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องมาจากอุปทานที่ล้นตลาด หลังโรงกลั่นในภูมิภาคเริ่มกลับมาดำเนินการผลิต นอกจากนี้ราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกที่มากขึ้นในภูมิภาคในช่วงสองเดือนแรกของปี 2559 อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศเคนย่าและศรีลังกา
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 36-42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 38-44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ตลาดยังคงจับตาการประชุมระหว่างกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคราว 13 ประเทศ ในวันที่ 17 เม.ย. ณ เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงในการคงกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ระดับเดียวกับ ม.ค.59 และรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบ
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุด ณ วันที่ 18 มี.ค.) ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 9.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 532.5 ล้านบาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจะไม่ยั่งยืน เนื่องจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจโน้มน้าวให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ กลับมาดำเนินการผลิตใหม่ ซึ่งสะท้อนได้จากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 13 สัปดาห์
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









