"รมว.คลัง" ยืนยันเดินหน้า 20 โครงสร้างพื้นฐานภายในปีนี้แน่นอน แต่ลดวงเงินรวมเหลือ 1.5 ล้านลบ. จาก 1.79 ล้านลบ. หลังลดระยะทางรถไฟความเร็วสูง
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ครั้งที่ 3/2559 ว่า ในการประชุม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ยืนยันว่า ในปีนี้จะเดินหน้าลงนามสัญญาโครงสร้างพื้นฐาน 20 โครงการได้ภายในปีนี้ โดยจะลดวงเงินเหลือ 1.5 ล้านล้านบาท จากเดิมที่ 1.79 ล้านล้านบาท เนื่องจากได้ปรับลดระยะทางรถไฟไทย-จีน จากกรุงเทพ-หนองคาย ลดระยะเหลือกรุงเทพฯ-โคราช โดยจะมี 8 โครงการที่เดินหน้าได้ตามแผนที่วางไว้ และอีก 12 โครงการจะช้ากว่าแผนประมาณ 2-3 เดือน และโครงการดังกล่าวจะนำเข้าคณะกรรมการเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ PPP
“จากการดูของสำนักบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. ก็พบว่า เราเองก็สามารถกู้ได้อีก แต่เราก็อยากให้เอกชน ที่มีความเข้มแข็งสูง เข้ามาร่วมกันพัฒนาประเทศด้วย แทนที่เราจะกู้เพียงอย่างเดียว เพื่อสำรองไว้ในการลงทุนอื่นๆที่บางครั้งมีความจำเป็นที่จะต้องกู้จากต่างประเทศ เป็นต้น” นายอภิศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ สบน.ได้ระบุว่า 20 โครงการดังกล่าววงเงิน 1.5 ล้านล้านบาทนั้น จะมีเม็ดเงินลงทุน หรือเบิกเงินกู้ในปีนี้ได้ทั้งสิ้น 1.2 แสนล้านบาท โดยจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ทั้งหมด เช่น ถนน รถไฟ โครงการรถไฟฟ้าในเมือง โครงการบริหารจัดการน้ำ โครงการพัฒนาสนามบิน เป็นต้น ซึ่งที่ทำทั้งหมด คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนตาม
สำหรับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชนแล้ว 90% ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI พบว่า มีต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยประเทศที่ขอเข้ามาลงทุนมากที่สุด คือ จีนประมาณ 30% รองลงมา คือ ญี่ปุ่น เนื่องจากที่จีนขยายการลงทุน ค่อนข้างมาก เพราะขณะนี้รัฐบาลจีนได้ส่งเสริม ให้มีการออกมาลงทุนต่างประเทศค่อนข้างมาก
ด้านมาตรการช่วยเหลือ และฟื้นฟูผู้ที่มีรายได้น้อย -เกษตรกร ยืนยันว่ายังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ของกระทรวงมหาดไทย ที่ขณะนี้สามารถกลับมาเบิกจ่ายได้ 90% แล้ว ซึ่งเป็นโครงการเล็กๆประมาณ 120,000 กว่าโครงการ ส่วนโครงการแจกเงินผู้ที่มีรายได้น้อย หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆจะเข้าครม.ในสัปดาห์นี้หรือไม่ ตนยืนยันว่า ได้เสนอเข้าไปในครม.หลายเรื่องแล้ว เชื่อว่าจะทยอยพิจารณาออกมาอย่างแน่นอน
“มันอยู่ที่ว่า ทุกเรื่องที่เสนอจะต้องไปเวียนในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าเขาเวียนไปแล้ว มีเหตุการณ์ มีข้อสังเกตุก็ต้องเอากลับมาดูใหม่ ก็จะเป็นแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องเข้าพร้อมกัน อะไรที่เร็วก็เข้าไปได้ อะไรที่มีข้อถกเถียงก็มาดู สิ่งที่ต้องดู คือ ตอนนี้ สิ่งที่เราทำ คือ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจุบันมีใครบ้าง เป็นกลุ่มที่เราต้องช่วย ไม่ปล่อยให้อดอยาก หรือลำบาก อีกส่วนคือพยายามช่วยให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศของเรา การใช้จ่ายในประเทศต้องมาจากผู้ที่มีรายได้พอที่จะจ่ายได้ จะทำอย่างไรให้เกิดการบริโภคในประเทศ จากมีตังแต่ไม่มีการใช้จ่าย เราพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่จ่ายเลยก็ไม่ใช่ แต่มันคือการใช้จ่ายพอประมาณ คือสิ่งที่เราอยากจะเห็น”นายอภิศักดิ์ กล่าว
ส่วนการเติมเงินให้รากหญ้า หรือมาตรการจ่ายเงินนั้น เร็วๆนี้จะมีมาตรการออกมาเพื่อจูงใจให้คนที่มีรายได้น้อย หรอ คนจนเข้ามาลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิประโยชน์ในอนาคต ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้งบประมาณในโครงการดังกล่าวยังไม่มีประสิทธิภาพ การช่วยเหลือยังไม่ตรงเฉพาะกลุ่ม ประกอบกับที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีการเก็บข้อมูล หรือ ฐานข้อมูลคนจน จึงต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งจะสอดคล้องกับการให้สวัสดิการประชาชนในอนาคต
“ปัจจุบันประเทศไทย ขาดฐานข้อมูลคนจน กลุ่มไหนมีรายได้ไม่เพียงพอ เราจึงมีโครงการที่จะดำเนินการซึ่งตอนนี้ระบบก็เตรียมพร้อมแล้ว เพื่อรองรับทั้ง เนชั่นนอลอีเพลเม้นท์ การให้สวัสดิการประชาชน เราจะได้รู้ว่ากลุ่มไหนที่เราอยากจะให้ ไม่จำเป็นต้องแจกไปหมด ก็ต้องมาดูว่ามาตรการจูงใจให้คนมาลงทะเบียนรับสิทธิ์นั้นจะออกมาแบบไหน”นายอภิศักดิ์ กล่าว









