ปัจจัยสัปดาห์นี้ จะใกล้เคียงสัปดาห์ที่แล้ว แต่คาดว่า ตลาดหุ้นน่าจะพ้นช่วงที่ต่ำสุดไปแล้ว
เนื่องจาก ธนาคารกลางสหรัฐได้ส่งสัญญาณลดจำนวนครั้งของการคาดการณ์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลงซึ่งการยืนยันการจะขึ้นดอกเบี้ยเท่ากับเป็นการระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐพ้นโอกาสที่จะเผชิญภาวะถดถอยอย่างเด็ดขาดไปแล้วในวัฏจักรรอบนี้และขณะเดียวกันก็ได้คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงดีนักทำให้ตลาดคลายความกังวลลงดังนั้นปัจจัยด้านราคาน้ำมันจึงกลับมาเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดอีกครั้ง ซึ่งราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลงหลังจากที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นเหนือ 40 USD/บาร์เรล คือบวกขึ้นมาเกือบ 50% ในระยะเวลาเพียงราว 2 เดือน ซึ่งนักลงทุนหลายคนมองว่าราคาน้ำมันวิ่งเร็วเกินไปจึงเทขายทำกำไรกันไปก่อน
นอกจากนี้ ต้องติดตามเศรษฐกิจจีน ซึ่งผู้นำประเทศเพิ่งแถลงว่าค่อยๆ ดีขึ้น แต่ยังจะมีการ Layoff พนักงานในภาคอุตสาหกรรมของรัฐที่มีกำลังการผลิตล้นเหลืออีกเกือบ 6 ล้านคนด้วย ซึ่งทางการจีนมีมาตรการเยียวยารองรับโดยจะไม่ยอมให้มีคนตกงาน ต้องติดตามดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
ด้านปัจจัยในประเทศ จะต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งคาดว่าน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ เพราะรัฐบาลได้ออกมาตรการด้านการคลังมาจำนวนมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยก็อยู่ในระดับต่ำมากอยู่แล้วด้วย
ด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งระบุว่าการลดดอกเบี้ยล่าสุดจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วในวัฏจักรรอบนี้ต่อไปนี้จะเน้นการผลักดันให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจให้มากขึ้นให้ได้ ทำให้แนวโน้มค่าเงินยูโรจะไม่อยู่ในแนวโน้มขาลงอีกต่อไปและทำให้ตลาดหุ้นในตลาดเกิดใหม่น่าจะผันผวนขึ้น เพราะเม็ดเงินมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะไหลกลับเข้ายุโรปได้
โดยคาดว่าแม้ตลาดหุ้นยังคงผันผวน แต่ในสัปดาห์นี้ SET Index น่าจะยืนได้ที่ระดับ 1,400 จุด ด้านกลยุทธ์ในการลงทุนยังแนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีรายได้ที่ชัดเจน และมีการจ่ายปันผลดีๆ
ด้าน Trading Idea ประจำสัปดาห์นี้ แนะนำซื้อหุ้น EGCO ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงหลากหลายประเภท ทั้งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ชีวมวล ขยะ พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานความร้อนใต้พิภพที่มีสัญญาจำหน่ายกระแสไฟฟ้ากับทางการทำให้อัตราการขยายตัวของกำไรและรายรับสม่ำเสมอแน่นอน
ปัจจุบัน EGCO มีกำลังผลิต 3,809 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 7 โครงการ อีกประมาณ 1,770 เมกะวัตต์ คาดว่ากำลังผลิตจะเติบโต เพิ่มขึ้นเฉลี่ยทบต้นปีละ 10% จนในปี 2562 จะมีกำลังผลิตรวมประมาณ 5,579 เมกะวัตต์ ล่าสุดกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าขนอมยูนิต 4 พลังงานก๊าซธรรมชาติ กำลังผลิต 930 เมกะวัตต์ ซึ่งน่าจะทำให้กำไรปีนี้ของ EGCO โตแบบก้าวกระโดด โดย Bloomberg consensus มองกำไรปีนี้เติบโตแบบฟื้นตัว (Turnaround) ที่ 86% หลังจากปี 2558 มีการปิดซ่อมโรงไฟฟ้าส่งผลให้กำไรติดลบ 42% ส่วนปี 2560 คาดว่า จะเติบโต 15.5%
ด้าน P/E ratio อยู่ที่ 11 เท่า และ P/BV ratio อยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน (Undervalued) เป็นอันมาก ด้านอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) อยู่ประมาณ 3.7-3.8% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง
สำหรับราคาเป้าหมาย Bloomberg consensus 185.63 บาท ส่วนด้าน Technical มีสัญญาณซื้อรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน บ่งชี้ทิศทางการทำ New high ของราคาหุ้น ที่ 183.50 บาท









