วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมคิด'สั่งคลัง ช่วย'เอ็กซิมแบงค์'

"สมคิด" สั่ง รมว.คลัง ช่วย "เอ็กซิมแบงค์" พร้อมร่างแผนงานระยะ 3 ปี ภายใน 2 สัปดาห์ เดินหน้าเจาะตลาดกลุ่มอาเซียน-อิหร่าน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงค์ พร้อมนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ได้สั่งการให้รมว.คลังมาช่วยดำเนินการร่าง business Plan ของธนาคารในการสนับสนุนธุรกิจส่งออกให้ก้าวไปสู่การลงทุนในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ธุรกิจไทยต้องการไปลงทุน และเป็นประเทศที่จะสร้างมูลค่าสูง เช่น อาเซียน ศรีลังกา อิหร่าน เป็นต้น ขณะเดียวกันจะต้องสร้างธุรกิจใหม่ๆที่มีความสามารถในการส่งออกเพิ่มมากขึ้นด้วย

“ขณะนี้เอ็กซิมแบงค์ ยังอยู่ระหว่างการสรรหาเอ็มดีคนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้ ดังนั้น จึงได้ให้รมว.คลังมาช่วยดูแผนงาน หรือ ร่าง business plan 3 ปีว่าจะเดินหน้าอย่างไรบ้าง ซึ่งจะเป็นศักราชใหม่ของเอ็กซิมแบงค์ และจะตั้งเป็นเคพีไอใหม่ของธนาคารเลย โดยจะวัดเคพีไอจากความสามารถที่ธนาคารเป็นที่พึ่งของธุรกิจไทยที่ต้องการไปค้าขาย และหากต้องการลงทุนเราจะเป็นแหล่งพึ่งพิงในการลงทุนได้อย่างไร”นายสมคิด กล่าว

ทั้งนี้ นายสมคิด ได้ยกตัวอย่างหลังจากที่ได้เดินทางไปประเทศศรีลังกาว่า จากการไปเยือนนั้นพบว่า มีธุรกิจไทยหลายกลุ่มที่ต้องการไปลงทุนในประเทศดังกล่าว แต่พบว่า ไม่มีสถาบันการเงินของไทยไปตั้งสาขาเพื่ออำนวยความสะดวกที่นั้น รวมไปถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ก็เช่นเดียวกัน สาขาหรือสำนักงานตัวแทนของเอ็กซิมแบงค์ ก็ไม่มี ซึ่งเป็นธนาคารที่ช่วยกลุ่มผู้ส่งออกโดยตรง ดังนั้นสิ่งเหล่านี้คือโอกาสที่จะเดินหน้าและพาผู้ส่งออกไป

นายอภิศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี คือ ต้องการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ซึ่งกระทรวงการคลังก็พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือและสนับสนุนเต็มที่ โดยเฉพาะในส่วนของมาตรการที่จะออกมาช่วยเหลือนั้นจะรวมอยู่ในแผนงานด้วยว่าจะทำได้อย่างไรบ้าง แต่เชื่อว่าจะไม่ใช่การทำแพคกิ้งเครดิต หรือ การให้สินเชื่อเพื่อการส่งออก โดยให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ 1-2% เนื่องจากผิดกติกาองค์การการค้าโลก หรือ WTO ดังนั้นมาตรการที่จะออกมานั้นจะต้องดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ให้มีความแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป

นายมนัส แจ่มเวหา ประธานกรรมการเอ็กซิมแบงค์ กล่าวว่า ใน 2-3 สัปดาห์ ธนาคารจะเสนอแผนงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกระยะ 3-5 ปีให้กระทรวงการคลังพิจารณาเบื้องต้น ว่าจะช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกอย่างไร ขณะที่ข้อเสนอของรองนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้จัดตั้งสาขาในต่างประเทศนั้น คงไม่ใช่สาขาเต็มรูปแบบ เนื่องจากมีต้นทุนสูง มีในเรื่องกฎหมายที่ต้องศึกษา ซึ่งอาจต้องใช้เวลานาน ดังนั้นการนำเสนอในรูปของสำนักงานตัวแทนนั้นอาจมีความรวดเร็วและสะดวกมากกว่า ซึ่งจะมีการศึกษาถึงข้อดีข้อเสียว่าจะเป็นอย่างไรด้วย ก่อนที่จะเสนอให้กับคณะกรรมการธนาคารพิจารณา สำหรับเบื้องต้นที่จะดูนั้นคือ อาเซียน อิหร่านและศรีลังกา

สำหรับปีนี้ ธนาคารวางกรอบวงเงินปล่อยสินเชื่อไว้ 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่กว่า 16,000 ล้านบาท และรายเล็กและกลางมากกว่า 19,000 ล้านบาท ส่วนการรับประกันตั้งไว้ที่ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 60,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นในปีนี้ 3-4% และมีกำไร 1,200 ล้านบาท ขณะเดียวกันตั้งเป้าหมายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ปีนี้ลดลงมาอยู่ที่ 6.52% จากปัจจุบันที่ 39,000 ล้านบาท