ลงทุนยาวๆ รับปีทอง
แผนธุรกิจที่ชัดเจนทั้ง 4 Hubs ประกอบด้วยนิคมฯ โลจิสติกส์ สาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิตัล ที่มีความเชื่องโยงและเกื้อหนุนกัน ทำให้ WHA เป็นผู้นำอุตสาหกรรมที่มีธุรกิจครบวงจรมากที่สุด ส่วนกำไรปี 2559 คาดเติบโตแรงจากผลบวกการซื้อ HEMRAJ และการขายสินทรัพย์เข้า REIT จำนวนมาก
กำหนดแผนธุรกิจปี 2559 ตาม 4 Hubs หลักชัดเจน
ผู้บริหารเปิดเผยแผนธุรกิจปี 2559 แบ่งตาม 4 Hubs คือ 1) ธุรกิจนิคมฯ วางเป้าหมาย Presales ที่ 1 พันไร่ โดยนิคมฯเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 2 มีแนวโน้มที่จะมีลูกค้ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เข้ามามากขึ้น 2) ธุรกิจโลจิสติกส์ ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ Pre-leased 2.5 แสนตร.ม. ด้วยผลประโยชน์จากการSynegy กับ HEMRAJ ในการทำ Built-to-Suit Factory 3) ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ตั้งเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 10% YoY และ 4) ธุรกิจดิจิตัล วางเป้าหมายเริ่มต้นรับรู้รายได้จาก Data Center ปีนี้
แผนการชำระหนี้มีความคืบหน้าต่อเนื่อง
ปัจจุบัน WHA ได้ชำระคืนหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเพื่อซื้อ HEMRAJ แล้ว 1.09 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 34% ของยอดหนี้ทั้งหมด โดยส่วนที่เหลือ 2.1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะชำระคืนได้ทั้งหมดภายในปีนี้ สำหรับแหล่งที่มาของกระแสเงินสดหลักจะมาจากการขายสินทรัพย์โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าของ HEMRAJ เข้ากองทรัสต์ H-REIT และการ Spinoff ธุรกิจสาธารณูปโภค/พลังงานเข้าตลาดฯ ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของ WHA และทำให้ Gearing Ratio ณ สิ้นปีลงมาอยู่ในช่วง 1.3-1.4 เท่า
ประโยชน์จากการซื้อ HEMRAJ เริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้น
ด้วยภาระดอกเบี้ยจ่ายที่จะทยอยลดลงในปี 2559 ฝ่ายวิจัยจึงเชื่อว่าจะเห็นผลประโยชน์จากการควบรวม HEMRAJ มากขึ้น ส่วนการขายสินทรัพย์เข้า H-REIT ที่ถูกเลื่อนไปเป็น 3Q59 น่าจะกระทบไม่มาก เพราะเชื่อว่าตลาดรับรู้ประเด็นดังกล่าวไปแล้ว และไม่ได้ทำให้แนวโน้มรายได้และกำไรทั้งปี 2559 เปลี่ยนแปลง โดยฝ่ายวิจัยยังคงคาดกำไรสุทธิปี 2559ที่ 5.1 พันล้านบาท เติบโตเด่น 1.6 เท่าตัวYoY
ราคาหุ้นปัจจุบันเหมาะแก่การซื้อลงทุนระยะยาว
ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2559 อิง PER 12 เท่า ได้ราคาเหมาะสม 4.26 บาท มี Upside 33% ส่วนประเด็นการขายหุ้น Big Lot ให้กองทุน Templeton Fund และ Capital Research รวมกัน 5.8% ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นฐาน แต่ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนด้วยซ้ำ แนะนำ “ซื้อ” ลงทุนระยะยาว







