วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไม่ผ่าน 1,395/1,400

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (3-9 มี.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปเคลื่อนไหวในกรอบแคบ DJIA +0.6%, DAX -0.6%, CAC ฝรั่งเศส +0.0% และ FTSE -0.0% เพื่อรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสำคัญอย่าง ECB ในวันที่ 10 มี.ค. รวมถึงการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้าวันที่ 16 มี.ค. ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น หลังมีรายงานว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน ได้แก่ OPEC และรัสเซียจะประชุมกันในวันที่ 20 มี.ค. เพื่อหารือข้อตกลงจำกัดการผลิตน้ำมัน 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (3-9 มี.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 0.5% สำหรับการประชุมสภาประชาชนของจีน หุ้นขนาดเล็กปรับตัวขึ้น หลังการประชุมไม่มีการกล่าวถึงกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับการ IPO ของหุ้น ทำให้ความกังวลต่อการไหลออกของเงินทุนในหุ้นเดิมคลายตัวลง รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับตัวขึ้น ต่อแผนการพัฒนาการขนส่ง นอกจากนี้หุ้นหลักปรับตัวขึ้นต่อแรงเก็งกำไรการเข้าแทรกแซงจากทางการเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหุ้นในช่วงการประชุมสภาประชาชนของจีน แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจอย่างยอดส่งออกในเดือน ก.พ.จะออกมาหดตัว 25.4% yoy ซึ่งเป็นการหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2552 ก็ตาม

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (3-10 มี.ค. 2559)

SET INDEX ไม่สามารถยืนเหนือ 1,390 จุด กลุ่ม ICT ยังคงมีแรงเก็งกำไรต่อการชำระเงินงวดแรกของใบอนุญาตคลื่น 4G ต่อเนื่องจากปลายสัปดาห์ก่อน เช่นเดียวกับกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบโลกที่ไต่ระดับขึ้นทดสอบ US$38/ barrel สำหรับ NYMEX รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตามแรงขายทำกำไรมีเข้ามามากขึ้น ทำให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,379.06 จุด เพิ่มขึ้น 13.75 จุด หรือ +1.01% ณ วันที่ 10 มี.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (11-17 มี.ค. 2559)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ด่าน 1,398-1,405 จุด ยังไม่น่าผ่านได้ในระยะสัปดาห์ข้างหน้า แม้ว่าสภาพคล่องทางการเงินในระบบการเงินทั่วโลกจะล้นก็ตาม แต่ SET INDEX ที่ปรับขึ้นมากว่า 8% YTD ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ประเมินภาพสัปดาห์หน้าจะเป็นการแกว่งที่มีความผันผวนมากยิ่งขึ้น ระหว่าง 1,360-1,400 จุด เนื่องด้วย

1. นักลงทุนทั่วโลกต่างรอดูผลการประชุม FOMC วันที่ 16 มี.ค. ณ ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25-0.50% แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่มุมมองของเฟดต่อทิศทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก เพื่อประเมินโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้

2. หุ้นกลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมี ที่ฟื้นตัวขึ้นมาเกือบ 15% YTD ขณะที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มแกว่งในกรอบแคบ เพื่อรอดูการประชุมโอเปก ร่วมกับ รัสเซีย ในวันที่ 20 มี.ค. รวมถึงทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่น่าจะทรงตัวถึงแข็งค่าในช่วงสั้น

3. และท่าทีของพอร์ตโบรกเกอร์ หลังซื้อสุทธิกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท YTD หากทยอยขายทำกำไร ย่อมเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกดดัน SET INDEX
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ “นักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง/กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง มากขึ้น เพราะเมื่อ SET INDEX เข้าสู่โหมดของการพักฐานหุ้นขนาดกลางจะกลับมาโดดเด่นในมุมมองของเรา”

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุมธนาคารกลางที่สำคัญดังนี้ BoJ วันที่ 15 มี.ค./ITD วันที่ 16 มี.ค./BoE วันที่ 17 มี.ค.

2. สิ้นสุดการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติของจีน วันที่ 17 มี.ค. อาจมีข้อมูลเพิ่มเติมด้านนโยบายเศรษฐกิจ การเงิน-การคลัง ต่อการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตระดับ 6.5-7.0% ต่อไปในช่วง 5 ปีข้างหน้า

3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตฯ ของจีน/คำสั่งซื้อเครื่องจักร-ผลผลิตอุตฯ ของญี่ปุ่น/ผลผลิตภาคอุตฯ-อัตราเงินเฟ้อ อียู/ดุลการค้า-ภาวะการจ้างงาน อังกฤษ/อัตราเงินเฟ้อ-ผลผลิตภาคอุตฯ ของสหรัฐ