"ซีแอลเอสเอ"ชี้นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจไทยคับคั่ง ตั้งคำถาม รัฐบาลจะลงทุนได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ "คมนาคม"ย้ำแผนงานจะแล้วเสร็จตามแผน
ที่โรงแรม เอราวัณ บริษัทหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน CLSA Asean Forum เพื่อเป็นการให้ข้อมูลกับนักลงทุนสถาบันต่างชาติ โดย นาย ปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยนักลงทุนให้ความสนใจว่ารัฐบาลจะสามารถขับเคลื่อนการลงทุนได้ตามแผนที่วางไว้ได้หรือไม่
“นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจอย่างมากในการขับเคลื่อนนโยบายของประเทศไทยและตั้งคำถามว่า ภายในระยะเวลาที่รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ตามโรดแมปที่จะเลือกตั้งปี 2560 ที่วางไว้จะสามารถทำได้ตามแผนหรือไม่ และจะขับเคลื่อนโครงการต่างๆได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่”
รวมถึงการบังคับใช้กฏหมาย มาตรา 44 ที่ออกมาล่าสุด เพื่อสามารถเดินหน้าโครรงการของรัฐบาลสามารถเดินหน้าประกวดราคาได้โดยไม่ต้องทำแบบสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม ว่าจะมีปัญหาในการดำเนินการหรือไม่ ทั้งนี้ในภาพรวมนักลงทุนต่างชาติยังให้ความเชื่อมั่นในการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และแผนงานที่รัฐบาลได้วางไว้
การจัดสัมมนาครั้งนี้ มีนักลงทุนตอบรับมากที่สุดตั้งแต่จัดงาน โดยมีนักลงทุนกว่า 500 คนเข้าร่วม แบ่งเป็นนักลงทุนต่างชาติ 300 คน และนักลงทุนในประเทศ 200 คน โดยเป็นกลุ่มกองทุนสถาบันขนาดใหญ่เข้าร่วมงาน โดยในการจัดงานบริษัทได้พากลุ่มนักลงทุนเยี่ยมชมสนามบินอู่ตะเภา และเข้าเยี่ยมชมท่าเรือ รวมถึงโรงงานผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทยปัจจุบันนั้น ยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ในต่างประเทศทั้งธนาคารกลางสหรัฐมีความเสี่ยงจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เศรษฐกิจยุโรปมีความเสี่ยงจากหนี้ในระดับที่สูง และเศรษฐกิจจีนชะลอตัวผลดังกล่าวทำให้สภาพคล่องยังล้นโลก ซึ่งจะเป็นผลดีกับตลาดหุ้นไทยให้มีเงินไหลเข้า
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการเข้าพบนักลงทุนต่างชาติครั้งนี้ เพื่อให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะดำเนินการทำได้ตามแผนการลงทุนที่วางไว้ ใน 20 โครงการนั้น จะต้องดำเนินการใน 3 ด้านให้แล้วเสร็จ ทั้งการสำรวจโครงการ เสนอคณะรัฐมนตรี และเริ่มสัญญาก่อสร้างทั้งหมด ส่วนที่จำเป็นที่สุด คือการขนส่งระบบรางที่ต้องผลักดันเพื่อให้การขนส่งนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนข้อซักถามถึงความร่วมมือในการก่อสร้างระบบรางกับประเทศจีนนั้น ยังอยู่ในรายละเอียด ทั้งรูปแบบการจัดตั้งบริษัท สัดส่วนการถือหุ้น รวมถึงเงื่อนไขบางข้อที่ต้องะเอียดอ่อนในการพิจารณา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในประเทศ
ทั้งนี้ในการใข้มาตรา 44 ของรัฐบาลในรอบล่าสุด นั้น กระทรวงมองว่าไม่ได้เป็นการลัดขั้นตอนการลงทุน การสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อมยังต้องทำอยู่ แต่การประมูลโครงการต้องเกิดขึ้นควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดความรวดเร็วไม่ได้ละเลยกับผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งนักลงทุนจะสามารถมั่นใจในการลงทุนดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตามสำหรับการออกกองทุน ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลังในการพิจารณาเงื่อนไขการจัดตั้งกองทุน ซึ่งล่าสุดนั้นสามารถนำทรัพย์สินที่ยังไม่เกิดรายได้เข้าระดมทุนได้ ทั้งนี้ในเบื้องจ้นจะนำสินทรัพย์ 4 รายการเพื่อเข้าระดมทุน ส่วนสินทรัพย์อื่นๆคาดว่าจะสรุปเพื่อนำเสนอสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพีพีพีได้ชัดเจนภายเดือนเม.ย.นี้
นายไพบูลย์ นรินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยว่า สิ่งสำคัญที่รัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ คือแผนการดำเนินงานต่างๆต้องออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งการระบุว่าจะดำเนินการขับเคลื่อนโครงการทั้งหมดภายในรัฐบาลชุดนี้อาจยังไม่พอ ต้องออกมาแจกแจงความคืบหน้าของแต่ละโครงการเป็นรายเดือน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามในมุมมองเศรษฐกิจไทยในปี 2559 จะโตเพียง 2.7 % ต่ำกว่าปีก่อน เพราะภาคการท่องเที่ยวไม่น่าจะขยายตัวในระดับที่สูงเหมือนปีก่อนได้ อีกทั้งยังต้องตั้งคำถามถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชน จะกลับมาและเริ่มลงทุนในปีนี้หรือไม่ โดยสิ่งที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ นั้นนโยบายการเงินน่าจะมีส่วนสำคัญ หากธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายน่าจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้






