ตั้งเป้าการเติบโตที่ท้าทายปี 2559
ประเด็นการลงทุน
ผู้บริหารตั้งเป้า SAWAD จะขยายสินเชื่อ 30% ในปี 2559 และกำไรจะเพิ่มประมาณ 20-30% ซึ่งเราเชื่อว่าบริษัทสามารถทำได้เนื่องจากบริษัทเน้นการทำธุรกิจในตลาดการเงินที่ไม่แข่งกับธนาคารและมีนโยบายการปล่อยสินเชื่อรัดกุมที่ 45-50% ของมูลค่าหลักประกันทำให้สามารถลดการสูญเสียจากการขายหลักประกันหากลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ นอกจากนี้ เรามองเห็นอัพไซด์ต่อประมาณการของเรามาจาก 1)สินเชื่อที่เติบโตดีกว่าคาด (จากการเข้าซื้อกิจการอื่น) 2) รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดีกว่าคาดจากธุรกิจรับติดตามหนี้ (ไม่รวมในประมาณการ) และ 3) จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญฯที่ต่ำกว่าคาด เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
เป้าสินเชื่อรวมปี 2559 เติบโตอย่างท้าทายที่ 30%
SAWAD ประกาศประมาณการสินเชื่อรวมปี 2559 เติบโตที่ 30% (และสินเชื่อสุทธิเติบโต 35%) ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของบริษัท ทั้งนี้ SAWAD สามารถบรรลุเป้าสินเชื่อสุทธิเติบโตที่ 35% ในปีก่อนได้ โดยปัจจัยหนุนจะมาจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็วจาก 1,059 สาขาในปี 2557 มาอยู่ที่ 1,627 ในปัจจุบัน ผู้บริหารตั้งเป้าขยายสาขารวมให้มาอยู่ที่ 2,000 สาขา ณ สิ้นปี 2559 และ 2,200 ณ สิ้นปี 2560 ซึ่งผู้บริหารกล่าวว่าตัวเลขขยายสาขาในปี 2559 ที่ลดลง YoY อาจหมายถึงอัตราส่วนต้นทุนต่อรายรับมีโอกาสปรับลดลงจาก 48% ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เราประมาณการเชิงอนุรักษ์ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ SAWAD จะเพิ่มขึ้น 43% ในปี 2559 จากที่เพิ่มขึ้น 37% ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้อาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการของเราหากบริษัทรายงานตัวเลขค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำกว่าตัวเลขของเรา
SAWAD เน้นคุณภาพสินเชื่อมากขึ้น
SAWAD มีนโยบายเพิ่มอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันที่อยู่ในเกณฑ์อนุรักษ์นิยมที่ระหว่าง 45-50% (ปีก่อนอยู่ที่ 50-55%) เราเชื่อว่าอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันที่ต่ำลดช่วยให้ SAWAD มีผลขาดทุนและการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลง จากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จากการขายหลักประกันที่ไม่ขาดทุน โดยบริษัทสามารถรักษาสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมดอยู่ที่เพียง 4.6% ณ สิ้นปี 2558 ลดลงจาก 5.7% ณ สิ้นปี 2557 (และผู้บริหารตั้งเป้ารักษาให้อยู่ระดับเดิมในปีนี้) ส่วนต้นทุนการให้สินเชื่อ (Credit cost) ตั้งเป้าอยู่ที่150 bps ในปี 2559 ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว (เราประเมินเชิงอนุรักษ์นิยมว่าต้นทุนการให้สินเชื่อ จะอยู่ที่172 bps) ซึ่งต้นทุนการให้สินเชื่อ ที่ต่ำกว่าคาดจะหมายถึงอัพไซด์ต่อประมาณการของเรา
บริษัทย่อยและการขยายธุรกิจไปต่างประเทศหนุนรายได้ในอนาคต
นอกจากธุรกิจให้สินเชื่อในประเทศ SAWAD ได้กระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจบริหารและรับจ้างติดตามหนี้มีปัญหา ผ่านบริษัทย่อย (SWP) ผู้บริหารตั้งเป้างบที่ 4 พันล้านบาทปี 2559 เพื่อซื้อหนี้ที่มีปัญหาจากสถาบันการเงิน หลังจากที่ SWP ซื้อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มูลค่ารวมที่ 1.2 พันล้านบาทในช่วครึ่งหลังปี 2558 ในราคาที่เป็นส่วน 20% ของมูลค่าหนี้ นอกจากนี้ SAWAD วางแผนขยายธุรกิจไปประเทศเวียดนามในปลายปีนี้ ผู้บริหารกล่าวว่าทั้ง 2 โครงการจะเพิ่มกำไรสุทธิของบริษัทราว 15-20% ในอีกหลายปีต่อจากนี้ ซึ่งเรายังไม่ได้รวมปัจจัยดังกล่าวในประมาณการของเรา









