ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้ บรรยากาศตลาดเริ่มเป็นเชิงบวกมากขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขการว่าจ้างงานนอกภาคเกษตร ออกมาดีมาก แต่ตัวเลขค่าจ้างแรงงานรายชั่วโมงกลับติดลบ ซึ่งกลายเป็นบวกต่อตลาด เพราะทำให้อัตราเงินเฟ้อ ไม่ขยับขึ้น ผลคือธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในกลางเดือน มี.ค.นี้หรือแม้แต่ในการประชุม FOMC ครั้งต่อๆ ไป
นอกจากนั้น สัปดาห์นี้ยังมีลุ้นการประชุมของธนาคารกลางของยุโรป (ECB) ที่มีโอกาสออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือมาตรการผ่อนคลายทางด้านการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งยิ่งจะเป็นบวกต่อตลาด
ด้านราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นต่อ ทำให้ตลาดมั่นใจเพิ่มขึ้นว่าราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ซึ่งก็จะเป็นบวกต่อตลาดเช่นกันทำให้มีความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น และ ยังมีความคาดหวังกับผลการประชุมของผู้ผลิตน้ำมันทั้งในกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC ที่จะเกิดขึ้นในกลางเดือน มี.ค. นี้ว่าจะบรรลุข้อตกลงที่จะควบคุมกำลังการผลิตน้ำมัน
ด้านเอเชีย การประชุมรัฐสภาแห่งชาติประจำปีของจีนปีนี้ที่เริ่มไปตั้งแต่วันเสาร์เป็นเวลา 12 วันวาระหลักได้แก่แผนเศรษฐกิจ 5 ปีข้างหน้าโดยทางการจีนจะรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจขั้นต่ำอยู่ที่ 6.5% และยอมให้มีการขาดดุลทางการคลังเพิ่มขึ้นเป็น 3% ของ GDP จาก 2.3% แสดงให้เห็นว่าจีนยังคงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ โดยจะมุ่งเน้นการเพิ่มการว่าจ้างงาน การขจัดอุตสาหกรรมที่ไม่มีประสิทธิภาพออกไป และดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลาดน่าจะตอบรับเป็นบวก
โดย บล.เอเชีย เวลท์ ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้เป็นทิศทางขาขึ้น โดยทาง Technical มองกรอบSET Index มองที่ 1,367-1,401 จุด และอาจมีการปรับฐานสั้นๆ ในระหว่างสัปดาห์ แต่ถ้าเกินสัปดาห์นี้ ตลาดอาจมีการพักฐานได้อีก ดังนั้น จึงขอแนะนำให้นักลงทุนยังคงต้องลงทุนอย่างระมัดระวัง
ด้าน Trading Idea ประจำสัปดาห์นี้ แนะนำซื้อหุ้น TPIPL ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผลิตปูนซีเมนต์ชั้นนำและเป็นผู้นำด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในปี 2558 บริษัทลูก คือ บจก.ทีพีไอ โพลีนเพาเวอร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงจากขยะ ทำกำไรให้อย่างมาก ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้า 2 โรง กำลังผลิตรวม 73 เมกะวัตต์ จำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นเวลา 7 ปี โดยมีอัตราพิเศษ (Adder) เพิ่มขึ้นจากค่าไฟฟ้าปกติอีก 3.50 บาท ต่อหน่วย ทำให้มีกำไรเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ 1,200-1,800 ล้านบาทต่อปี ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง กำลังผลิตรวม 90 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าน่าจะสร้างเสร็จในปี 2560 ซึ่งจะทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นอีก 1,200-1,500 ล้านบาทซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า TPIPL จะนำ บจก.ทีพีไอ โพลีนเพาเวอร์ เข้าตลาดหลักทรัพย์
ด้านธุรกิจปูนซีเมนต์ ปีที่แล้วความต้องการปูนซีเมนต์ติดลบ แต่ในปีนี้คาดว่า น่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจากโครงการการลงทุนภาครัฐซึ่งจะกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง โดย Bloomberg consensus คาดว่า ในปีนี้ TPIPL กำไรจะเติบโต 395% และปีหน้าอีก 71% ขณะที่ P/E อยู่ที่ 27.6 เท่า
ด้านความเสี่ยงการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนจากหนี้ที่เป็นสกุลเงินยูโรจำนวน 160 ล้านยูโร เนื่องจากเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แต่จะเสมอตัวหรืออ่อนค่าเมื่อเทียบกับบาทความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจึงน่าจะกลับเป็นเสมอตัวหรือกำไรด้วยซ้ำในปีนี้ จากขาดทุนในปีที่แล้ว
ราคาเป้าหมาย Bloomberg consensus อยู่ที่ 2.97 บาท ด้าน Technical เกิดสัญญาณซื้อในรายวัน และรายสัปดาห์ และมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดสัญญาณซื้อรายเดือนซึ่งจะเสริมความแข็งแกร่งของการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น TPIPL ยิ่งขึ้นไปอีก









