วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธนชาต'ยันอนุมัติถอนเงินปิดบัญชีสกสค.2,100ล้านถูกต้อง

"แบงก์ธนชาต"ยันอนุมัติถอนเงิน-ปิดบัญชีเงินฝาก"สกสค." 2,100 ล้าน ถูกต้อง ยืนยันการปฏิบัติเจ้าหน้าที่แบงก์ เป็นไปตามระเบียบถูกต้องทุกประการ

นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนว่าเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.) จะฟ้องแพ่งธนาคารธนชาต เพื่อขอให้คืนเงินจำนวนเงิน 2,100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี โดยอ้างว่า การอนุมัติถอนเงิน และปิดบัญชีเงินฝากที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ฝากไว้กับธนาคารเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2556 ไม่ถูกต้องนั้น

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เรื่องดังกล่าว ธนาคารซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ได้มีหนังสือชี้แจงต่อสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานโดยละเอียด 3 ครั้ง เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2559  วันที่ 28 ม.ค.2559 และวันที่ 23 ก.พ.2559 และเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกะทรวงศึกษาธการ ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 21ม.ค.2559 ที่ผ่านมา 

รวมทั้งได้มีการเข้าพบ หารือกรณีที่ธนาคารไม่สามารถชดใช้เงินที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. เรียกร้องมาได้ ตามเหตุผลโดยสรุป ดังนี้ 1. แบบฟอร์มการถอนเงินและแบบฟอร์มการโอนบาทเน็ตของรายการดังกล่าวมีการลงนามร่วมกันโดยผู้มีอำนาจ 2 ท่าน ตรงตามเงื่อนไขในการสั่งจ่ายเงินที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. กำหนด พร้อมนำส่งสมุดเงินฝากเพื่อบันทึกรายการ และผู้มีอำนาจสั่งจ่ายได้ลงนามรับเงินตามจำนวนดังกล่าวจากธนาคารฯ แล้ว จึงเป็นการปฏิบัติการที่ถูกต้องตามระเบียบของธนาคารฯ ว่าด้วยการถอนเงินและการโอนเงินทุกประการ 

2. การถอนเงินและการโอนเงิน เป็นไปตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของมติคณะกรรมการฯ โดยเจ้าหน้าที่ของธนาคารฯ ไม่มีสิทธิหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ 3. หนังสือของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ที่ลงนามโดยรองเลขาธิการปฏิบัติการแทนเลขาธิการ เรื่องขอปิดบัญชี ซึ่งถูกนำมาเป็นข้อเรียกร้องกับธนาคารฯ ว่าเป็นหนังสือที่ออกโดยมิชอบ เป็นการดำเนินการโดยผู้ไม่มีอำนาจและไม่เป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปิดบัญชีและการสั่งจ่ายนั้น ไม่ใช่เอกสารที่ใช้สำหรับการถอนเงินและการโอนเงินตามระเบียบของธนาคารฯ

4. สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ทราบดีอยู่แล้วว่า การอนุมัติให้นำเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท ไปลงทุนซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อรับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ต่อปีนั้น เป็นไปตามมติของคณะกรรมการฯ ทุกประการ และหลังจากนั้น ก็ได้รับดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินครบถ้วน แต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินต้นตามตั๋วสัญญาใช้เงินแล้วไม่ได้รับเงินต้นคืน ก็จะมาเรียกร้องให้ธนาคารฯ รับผิดชอบแทน ด้วยการนำหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. เรื่องขอปิดบัญชี ที่ลงนามโดยรองเลขาธิการปฏิบัติการแทนเลขาธิการมาเป็นข้ออ้างดังกล่าวข้างต้น และกล่าวหาว่าเป็นการกระทำที่ขาดความระมัดระวังของผู้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ จึงไม่เป็นธรรมต่อธนาคารฯ อย่างยิ่ง และทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย 

บริษัทขอเรียนเพิ่มเติมว่า การถอนเงินฝากกรณีนี้ เป็นการถอนเงินมาตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.2556 โดยสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. กรรมการและผู้บริหารที่รับผิดชอบทราบเป็นอย่างดี และไม่เคยมีข้อท้วงติงใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องการถอนเงินนี้มาก่อน  

ตลอดจนจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของธนาคาร ยังพบว่า เรื่องนี้ได้มีการสอบสวนและตรวจสอบโดยคณะกรรมการธุรกรรม ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างชัดเจน ธนาคาร จึงได้มีหนังสือแจ้งต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม และขอให้พิจารณาทบทวนความเห็นที่เคยเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการด้วย เนื่องจากเป็นที่ทราบจากข่าวในสื่อต่าง ๆ ว่า การดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ในเรื่องนี้มาจากความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน 

"การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ธนาคาร เป็นไปตามระเบียบด้วยความถูกต้องทุกประการ"