วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MONO - ซื้อเก็งกำไร

ปีนี้พร้อมพลิกกลับมาเป็นกำไร

ประเด็นการลงทุน

เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มของ MONO หลังการเข้าพบผู้บริหาร หนุนโดยแนวโน้มกลุ่มธุรกิจบริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ฟื้นตัว นโยบายลดต้นทุน ต้นทุนคอนเทนท์ที่ทรงตัว และอัตราค่าโฆษณาทีวีดิจิตัลที่ก้าวกระโดดในปี 2559 จากเรตติ้งที่สูงขึ้น เรามีมุมมองว่าบริษัทจะสามารถทำกำไรได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2559 ในขณะที่บริษัทมองว่าจะพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/59 เราปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อเก็งกำไร” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ที่ 2.4 บาท จากแนวโน้มพลิกกลับมากำไรในปี 2559

ช่อง MONO29 หนุนการเติบโตในปี 2559

MONO ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจทีวีดิจิตัลในปี 2559 ที่ 1.5 พันล้านบาท ก้าวกระโดดขึ้น 146% YoY หนุนโดยอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 2 หมื่นบาทต่อนาที และอัตรายอดจองเวลาโฆษณาที่ 65% แต่เราประเมินเชิงอนุรักษ์กว่าบริษัทว่ารายได้ธุรกิจทีวีดิจิตัลจะอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท (อัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยที่ 1.8 หมื่นบาทต่อนาที) นอกจากนี้กลยุทธ์เน้นสัญญาระยะสั้นของบริษัทจะช่วยหนุนอัตราค่าโฆษณา จากแนวโน้มเรตติ้งเติบโตต่อเนื่องในอนาคต (ตั้งเป้าอยู่ที่ 0.6 ณ สิ้นปี 2559) โดยต้นทุนที่ต้องใช้ต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 1 rating pointจะอยู่ที่ 1.6 หมื่นบาทต่อ 30 วินาทีในปี 2559 ซึ่งยังต่ำกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้บริษัทจะมีการเจรจาดีลภาพยนตร์อีกเพิ่มเติมจากค่ายใหญ่ 2 ค่าย รวมทั้งผลิตละครไทย 8 เรื่องในปีนี้ (โดยละครไทยเรื่องแรก “ตี๋ใหญ่” ได้รับเรตติ้งถึง 1.6)

ตั้งเป้ารายได้เติบโตแข็งแกร่ง

MONO ตั้งเป้ารายได้เติบโต 53% ไปอยู่ที่ 2.9 พันล้านบาทสำหรับปี 2559 สูงกว่าประมาณการของเราที่ 2.5 พันล้านบาท รวมทั้งตั้งเป้าอัตรากำไรสุทธิที่ 10% สูงกว่าประมาณการเชิงอนุรักษ์ของเราที่ 2% ในปี 2559 บริษัทตั้งเป้ารายได้กลุ่มธุรกิจบริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY เมื่อเทียบกับประมาณการของเราที่ 982 ล้านบาท หรือคงที่ YoY โดยรายได้กลุ่มธุรกิจบริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่หดตัวลงจากการปรับทีมผู้บริหารของหนึ่งในบริษัทโทรศัพท์เคลื่อนที่ (DTAC) ได้เริ่มมีการฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ในไตรมาส 4/58 เราคาดรายได้กลุ่มธุรกิจบริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่จะทรงตัวอยู่ที่ 80 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้รูปแบบของบริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เปลี่ยนไปจากการกระจายคอนเทนท์ผ่าน SMS เป็นผ่านทางวิดีโอและบริการดูหนัง (Monomax) ให้เข้ากับสังคมยุคปัจจุบัน ส่วนรายได้หนังและเว็บไซต์คาดอยู่ที่ 200 ล้านบาทและ 140 ล้านบาทตามลำดับ (เป้ารายได้บ๊อกออฟฟิซจากหนังเรื่องแรกที่ผลิตโดย T Moment อยู่ที่ 60 ล้านบาท)

ปรับประมาณการกำไรปี 2559

กลยุทธ์ในการวางคอนเทนท์ของแต่ะช่องทางให้สอดคล้องกันจะเพิ่มศักยภาพให้ MONO เนื่องจากลูกค้าจะสามารถเข้าถึงได้ทุกช่องทางและสามารถเชื่อมต่อระหว่างช่องทางการรับชมได้ (โรงภาพยนตร์ โทรศัพท์มือถือ เว็บไซต์ และทีวี)

ส่วนนโยบายลดต้นทุนจากการลดขนาดธุรกิจที่ไม่ทำกำไรในประเทศเวียดนามและเกาหลี รวมทั้งปิดธุรกิจในประเทศอินโดนิเซียในปี 2558 ลง จะช่วยลดแรงกดดันต่อกำไรปี 2559 นอกจากนี้บริษัทยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดผ่านการเข้าเป็นพาร์ทเนอร์ในอีเว้นท์ขนาดใหญ่ จากมุมมองเชิงบวกทั้งทางฝั่งรายได้และต้นทุน เราปรับประมาณการรายได้ขึ้น 8% และลดประมาณการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงอย่างละ 4% รวมทั้งปรับประมาณการมาเป็นกำไรหลักที่ 61 ล้านบาท (จากที่คาดก่อนหน้าที่ขาดทุนที่ 160 ล้านบาท) จากแนวโน้มธุรกิจทีวีดิจิตัลที่ดีขึ้น รวมทั้งต้นทุนและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่ลดลง