วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทะลุ 1,370 จุด

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (25 ก.พ.-2 มี.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น DJIA +2.5%, DAX +6.6%, CAC ฝรั่งเศส +6.5% และ FTSE +4.8% ปรับตัวขึ้นแรง นำโดยกลุ่มพลังงาน หลังรัสเซียบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มโอเปคในการจำกัดการผลิตน้ำมัน อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี ได้แก่ ISM ภาคการผลิต เดือน ก.พ.เพิ่มขึ้นเป็น 49.5 จุด ทำระดับสูงสุดตั้งแต่ ก.ย.2558 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (25 ก.พ.-2 มี.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 2.7% หลังธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางเงินหยวนอ่อนค่าลง 0.17% dod เป็น 6.5452 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในวันที่ 29 ก.พ. อ่อนค่าลงแรงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งนักลงทุนบางส่วนผิดหวังหลังการประชุม G-20 ไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ อย่างไรก็ตามลดช่วงลบลงได้เมื่อธนาคารกลางจีนปรับลด RRR ลง 0.50% นอกจากนี้กลุ่มอสังหาฯปรับตัวขึ้นจากแรงเก็งกำไรต่อการผ่อนคลายข้อจำกัดในการซื้อบ้าน

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (25 ก.พ.-3 มี.ค. 2559)

SET INDEX ปรับตัวขึ้นทะลุ 1,370 จุด บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเป็นบวกในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้กลุ่มพลังงาน / ปิโตรเคมีขยับขึ้นเด่น นอกจากนี้กลุ่ม ICT ที่พักฐานในช่วงก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น TRUE, JAS และ DTAC ปรับตัวขึ้นเด่น ผลักดันให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,379.33 จุด เพิ่มขึ้น 47.40 จุด หรือ +3.56% ณ วันที่ 3 มี.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (4-10 มี.ค. 2559)

MBKET ปรับน้ำหนักการลงทุนลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ จาก “กลางถึงบวก” เป็น “กลาง” โดยเราประเมินว่าด่านสำคัญ 1,380 จุดยังไม่น่าผ่านได้ในระยะสั้น หลัง SET INDEX ให้ผลตอบแทนสูงสุดในเอเชีย หากประเมินตั้งแต่ต้นปีถึงระดับล่าสุด แต่เราให้น้ำหนักว่า SET INDEX มีโอกาสย่อตัว/ปรับฐานรอบสั้น มีความเป็นไปได้ด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ทิศทางราคาน้ำมันดิบ NYMEX มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการย่อตัวช่วงสั้น หลังมีแรงเก็งกำไรมาตลอด 2 สัปดาห์ กับการประชุมระหว่างกลุ่มโอเปก และรัสเซีย เพื่อกำหนดเพดานการผลิตไม่ให้เกิดค่าเฉลี่ยของเดือนม.ค. อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นๆ ได้ทุกเมื่อ

2. Valuation ของ SET INDEX ณ ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในโซนถูกอีกต่อไป หากพิจารณาจาก PER59 ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 14.3-14.4x เทียบกับ 1Yr Forward PER ย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ยที่ 13.71x

3. โอกาสเกิดแรงขายสะท้อนผลการประชุม ECB ในวันที่ 10 มี.ค. มีความเป็นไปได้ ณ ปัจจุบัน ตลาดคาดว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอีก
เพียงแต่ หาก SET INDEX ปรับฐานลงตามที่เราประเมินไว้ แนวรับ 1,320-1,330 จุด เชื่อว่าจะทำงานได้อย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งสภาพคล่องทางการเงินที่ล้นในระบบการเงินโลก รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ที่ทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติทางการเงินในปี 2551 จะเป็นปัจจัยที่ช่วยจำกัด downside risk ของ SET INDEX

กลยุทธ์การลงทุน เราคงคำแนะนำ “นักลงทุนที่เก็งกำไรมาก่อนหน้านี้ ควรทยอยขายทำกำไรและกลับมาถือเงินสดให้มากขึ้นอีกครั้ง ยกเว้นหาก SET INDEX ปรับฐานลงตามคาด นักลงทุนควรกลับเข้าทยอยสะสมหุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงาน 1Q59 จะเติบโตเด่น”

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. การประชุม ECB ในวันที่ 10 มี.ค.

2. การประกาศเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนปี 2559 ของทางการจีน วันที่ 5 มี.ค.

3. การประชุมครม. อาจมีการพิจารณาแผนการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่ก่อนหน้านี้รองนายกฯ ดร.สมคิด สั่งการให้ กระทรวงคมนาคมเร่งไปหาข้อสรุปกับทางภาคเอกชน

4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะการจ้างงาน ของสหรัฐ/GDP ใน 4Q58 ของอียู/ดัชนี PMI ภาคการผลิต-บริการ อังกฤษ/การส่งออก-นำเข้า ของจีน/GDP ใน 4Q58 ของญี่ปุ่น