คลัง แจงตัวเลขสินเชื่อแบงก์รัฐที่ 7.8 แสนล้านบาท เป็นหนี้ก่อน "คสช." เข้ามาบริหารประเทศถึง 6.2 แสนล้านบาท
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. และในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีผลการดำเนินการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ดำเนินโครงการตามนโยบายของรัฐที่มีการแยกบัญชี หรือ PSA ที่มียอดสินเชื่อสูงถึง 780,000 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่า เป็นหนี้ที่เกิดก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เข้ามาบริหารประมาณ 620,000 กว่าล้านบาท โดยเป็นหนี้จำนำข้าวประมาณ 500,000 กว่าล้านบาท และเป็นหนี้ที่เพิ่มขึ้นหลังคสช.เข้ามาบริหารเพียง 160,000 ล้านบาทเท่านั้น
ทั้งนี้ สำหรับวงเงินยอดสินเชื่อคงค้างดังกล่าว ยังไม่รวมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟท์โลน วงเงิน 150,000 ล้านบาท และโครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี เนื่องจากโครงการนี้เป็นเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เกษตร หรือ ธ.ก.ส. ในการดำเนินการเอง
โดยวานนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวถึง ผลการดำเนินกิจกรรมกึ่งการคลังผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2558 ซึ่ง ดำเนินโครงการตามนโยบายรัฐที่มีการแยกบัญชี (PSA) ที่มียอดสินเชื่อสูงถึง 7.8 แสนล้านบาท ว่า ต้องการให้พิจารณาที่ในรายละเอียดมากกว่า เพราะถึงแม้จะมีวงเงินสินเชื่ออยู่ในระดับสูง แต่ กลับเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพียง 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 1.3% เท่านั้น ซึ่งถือ ว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับ NPL ในระบบธนาคารพาณิชย์ซึ่งอยู่ในระดับ 2%
โดยระดับหนี้ NPL ดังกล่าวเป็นเครื่องสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการของสถาบันการ เงิน เฉพาะกิจของรัฐที่อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี รวมทั้งยังเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนใน หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มเกษตรกร และกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นต้น
"ตอนนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือ และต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นและเรียกความมั่น ใจจากนักลงทุนซึ่งถือเป็น เรื่องสำคัญ แต่หากมีกระแสข่าวในเชิงลบออกมาก็จะเป็นการทำลายความ มั่นใจ ดังนั้นอยากให้เอาความจริงมาพูดกันมากกว่า" นายอภิศักดิ์ กล่าว









