ปรับความแข็งแกร่งงบดุลเสริม RoE
จากการประชุมนักวิเคราะห์ยืนยัน Tax Shield หนุน CASA/รายได้ค่าธรรมเนียม : ราคาหุ้นของ TCAP ปรับตัวขึ้น ในระยะสั้น และ Outperform SETBANK 44% ในปี 2015 แสดงถึงความเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจแม้ว่ากระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าธนาคารขนาดใหญ่อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม จากการประชุมนักวิเคราะห์ยืนยันว่า TBANK ยังคงมี Tax Shield ในการเพิ่ม CASA และรายได้จากค่าธรรมเนียมทำให้ผลประกอบการของหุ้นจะมีการเติบโตที่โดดเด่น
ปรับจากความแข็งแกร่งของงบดุลเป็นเพิ่มอัตรากำไร : ในปี 2015 TBANK มี Tax Shield 2 พันล้านบาท ซึ่งช่วยเพิ่ม LLR/NPL ของ TCAP เพิ่มขึ้นเป็น 116% จาก 84% ในปี 2014 โดย TCAP ได้รายงานว่าเหลือ Tax Shield อีก 5 พันล้านบาท ที่ใช้ได้ถึงปี 2018 และจากคุณภาพสินเชื่อจะทำให้ LLR/NPL เพิ่มขึ้นเป็น 130% เท่ากับกลุ่มในปี 2016F โดย TCAP ได้เปลี่ยนจากการพัฒนาคุณภาพงบดุลมาเพิ่ม RoE ในปี 2016 โดยจะหนุน RoE และเงินปันผล สำนักวิจัยทิสโก้คาด RoE สำหรับปี 2016-2017 ที่ 11.5% และ 12.3% ตามลำดับ
เป้าและแผนการของผู้บริหารใกล้เคียงกับที่สำนักวิจัยทิสโก้คาด : ในด้านการบริหารงานบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มคุณภาพของสินเชื่อเช่าซื้อ, สินเชื่อบ้าน, ขยายสินเชื่อ SME, เพิ่ม CASA และเพิ่มศักยภาพ OPEX ของ Mobile Banking ทำให้เป้าหมายทางการเงินของ TCAP คือ สินเชื่อเพิ่มขึ้น 1-3%, Credit Cost 75-80 bps, NPL 2.8-2.9%, LLR/NPL ที่ 120%, Cost-income ที่ 50%, เพิ่ม NIM, ค่าธรรมเนียม และ RoE ที่ 11-12.5%
สำนักวิจัยทิสโก้คงมูลค่าที่เหมาะสม 45 บาท (GGM) : มูลค่าที่เหมาะสม 45 บาท คิดเป็น PBV 1 เท่าสำหรับปี 2016F, มี RoE ที่ 11.9%, CoE ที่ 11.7% และมีการเติบโตในระยะยาวที่ 7% โดยมีความเสี่ยงในเชิงลบคือ 1) คุณภาพสินเชื่อที่แย่กว่าคาด 2) รายได้จากค่าธรรมเนียมที่เติบโตช้า และการบริหาร OPEX ที่แย่กว่าคาด








