กำไรไตรมาส 4/58 ต่ำกว่าคาด แต่เงินปันผลเป็นไปตามที่คาด
ต่ำกว่าที่คาด
M รายงานกำไรหลักที่ 495 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 ลดลง 24% YoY แต่เพิ่มขึ้น 35% QoQ ต่ำกว่าที่เราคาด 17% เนื่องจากยอดขายที่ค่อนข้างน่าผิดหวังและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาด M รายงานกำไรหลักปี 2559 ที่ 1.9 พันล้านบาท ลดลง 9% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาด 7% และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 6% บริษัทประกาศเงินปันผลต่อหุ้นที่ 1 บาทต่อหุ้นสำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 (เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด) อัตราผลตอบแทนเบื้องต้น 1.9% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เม.ย. และจ่ายปันผลวันที่ 29 พ.ค.
ประเด็นหลักผลประกอบการ
กำไรไตรมาส 4/58 ที่อ่อนตัว YoY จากยอดขายที่ลดลง (ลดลง 2% YoY ที่ 3.5 พันล้านบาท) อัตรากำไรขั้นต้นที่บางลง (ลดลงจาก 67.1% ในไตรมาส 4/57 ที่ 66.5% ในไตรมาส4/58) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น (จาก 48.5% ในไตรมาส 4/57 เป็น 52.6% ในไตรมาส 4/58) รายได้ที่อ่อนตัวลงเนื่องจากยอดขายของสาขาเดิมที่ลดลง 8% YoY สำหรับภัตาคารเอ็มเคและ 8% สำหรับร้านอาหารยาโยอิ เนื่องจากการบริโภคที่อ่อนตัวลง หากเทียบรายไตรมาส กำไรเติบโตจากผลของฤดูกาล ยอดขายเพิ่มขึ้น 5% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 65.0% ในไตรมาส 3/58 เป็น 66.5% ในไตรมาส 4/58 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.2% QoQ งบดุล ณ สิ้นปี 2558 ยังคงแข็งแกร่งและสถานะเงินสดสุทธิ โดยมีเงินสดในมือถึง 8.9 พันล้านบาท
แนวโน้ม
เราคาดว่า M จะรายงานกำไรเติบโตได้บ้าง YoY และ QoQ ในไตรมาส 1/59 เทียบกับการหดตัว YoY ใน 2 ไตรมาสล่าสุดตั้งแต่ไตรมาส 3/58-4/58 ที่ผ่านมา โดยยอดขายของสาขาเดิมในเดือนม.ค. 2559 เริ่มทรงตัว YoY เทียบกับการลดลง YoY ในไตรมาส 4/58 สำหรับอัตราส่วนความสามารถในการทำกำไรคาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY และ QoQ จากฐานที่ต่ำมากในไตรมาส 1/58 และ 4/58
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับลดประมาณการกำไรหลักลง 6% อยู่ที่ 2 พันล้านบาทในปี 2559 เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่น่าผิดหวังในไตรมาส 4/58 โดยเราปรับเพิ่มอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย 1.0% เอให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ประมาณการรายได้ปี 2559 ของเราสอดคล้องกับระดับต่ำสุดที่บริษัทคาด ที่ 7-9% ในปี 2559 บริษัทคาดยอดขายของสาขาเดิมเติบโต 3% ด้วยสาขาใหม่ 50 สาขา (20 สาขาสำหรับเอ็มเคและ 25 สาขาสำหรับยาโยอิและ 5 สาขาสำหรับมิยาซากิ) ทั้งนี้เราตั้งสมมติฐานที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยมมากกว่าบริษัท โดยคาดว่ายอดขายของสาขาเดิมลดลง 1.0% สำหรับเอ็มคและเติบโต 1.0% สำหรับยาโยอิ
คำแนะนำ
เราแนะนักลงทุนรอจนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของยอดขายของสาขาเดิมก่อนเข้าลงทุนในหุ้น โดยเรามองว่ายังมีควาเมสี่ยงระยะสั้นที่ตลาดจะปรับประมาณการลง ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 (คิดด้วยวิธี DCF) ใหม่ที่ 55 ยาท/หุ้น (จาก 58 บาท สะท้อนการปรับลดประมาณการกำไร) อ้างอิงจาก WACC 9.1% และ terminal growth rate 2.0% สำหรับความสามารถในการจ่ายปันผลยังคงดีอยู่เนื่องจากงบดุลที่แข็งแกร่ง เราคาดอัตราการจ่ายปันผลอยู่ที่ 93% ซึ่งหายถึง เงินปันผลต่อหุ้นปี 2559 คาดอยู่ที่ 2.01 บาท อัตราผลตอบแทนที่ 3.8% และจ่ายปีละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ มูลต่าหุ้นยังนับว่าไม่แพงมาก โดยซื้อขายกันที่ค่า PER ปี 2559 ที่ 24.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 26.4 เท่า ตั้งแต่เริ่ม IPO ในปี 2556 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 25.5 เท่า








