กำไรปี 2558 ต่ำกว่าคาด แต่แนวโน้มเติบโต YoY ในไตรมาส 1/59
ต่ำกว่าคาด
BEM รายงานกำไรสุทธิปี 2558 ที่ 2,650 ล้านบาท ลดลง 21% QoQ หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน 1,298 ล้านบาท กำไรหลักปี 2558 จะอยู่ที่ 1,620 ล้านบาท ลดลง 30% YoY โดยกำไรหลักนั้นต่ำกว่าประมาณการของเราและตลาดจากดอกเบี้ยและภาษีจ่ายที่สูงกว่าคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
กำไรหลักที่หดตัวนั้นมีปัจจัยจาก 1) ส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลงจากบริษัทย่อย, 2) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น, 3) ดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น และ 4) ภาษีจ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยส่วนแบ่งรายได้จาก TTW หดตัวลง 15% YoY มาอยู่ที่ 381 ล้านบาท ในขณะที่ส่วนแบ่งรายได้จาก CKP อ่อนตัวลง 18% YoY มาอยู่ที่ 80 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับเพิ่มขึ้นเป็น 9.5% จาก 8.2% ในปี 2557 นอกจากนี้อัตราภาษีจ่ายปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 21.1% จาก 20.0% ในปี 2557 อย่างไรก็ตามปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันของทางด่วนปรับเพิ่มขึ้น 3.2% YoY มาอยู่ที่ 1.07 ล้านเที่ยว ในขณะที่ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันของ MRT ปรับสูงขึ้น 2.8% YoY มาอยู่ที่ 2.6 แสนเที่ยว
แนวโน้ม
เราคาดกำไรไตรมาส 1/59 จะเติบโต YoY หนุนโดยปริมาณการจราจร, รายได้เฉลี่ยต่อวันที่สูงขึ้นและส่วนแบ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นจาก TTW และ CKP แต่เราคาดกำไรจะอ่อนตัวลง QoQ เนื่องจากไตรมาส 1 เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการใช้ทางด่วนและระบบขนส่งมวลชน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ไว้ตามเดิมที่ 2,272 ล้านบาท
คำแนะนำ
ในความเห็นของเรา กำไร BEM มีแนวโน้มเติบโตดีจากการเปิดใช้ทางด่วนและระบบขนส่งมวลชนสายใหม่ หรือคิดเป็นอัตรากำไรเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 30% ในช่วงปี 2558-2561 แข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการขนส่งทางบกรายอื่นในไทยและสูงกว่าอัตราการกำไรหลักเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของ SET ที่ 9% ในช่วงปี 2558-2561 โดยปัจจัยดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นต่อไป ซึ่งการเจรจากับรฟม.เรื่องส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินที่เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วในไตรมาส 1/59 จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น นอกจากนี้เรามองว่าอาจมีอัพไซด์ต่อกำไรของบริษัทระยะยาวจากการดำเนินงานส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินและการพัฒนาธุรกิจในเชิงพาณิชย์บนเส้นทางระบบขนส่งมวลชนใหม่









