กำไรตามคาด
กำไรไตรมาส 4/58 ตามคาด
THREL รายงานกำไรไตรมาส 4/58 ที่ 100 ล้านบาท ลดลง 12% YoY แต่เพิ่มขึ้น 39% QoQ สอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยกำไรปี 2558 เพิ่มขึ้น 5% YoY มาอยู่ที่ 389 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 100% ของประมาณการกำไรปี 2558 ของเรา
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้เบี้ยประกันชีวิตต่อเพิ่ม 9% YoY (แต่ลดลง 12% QoQ) มาอยู่ที่ 459 ล้านบาท สอดคล้องกับประมาณการของเรา หนุนโดยยอดขายของสินค้าพัฒนาใหม่ที่สูงขึ้น ทั้งนี้รายได้สินค้าพัฒนาใหม่เพิ่มขึ้น 34% YoY มาอยู่ที่ 148 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ขณะที่รายได้สินค้าดั่งเดิมปรับเพิ่มขึ้น 2% YoY มาอยู่ที่ 312 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งค่าสำรองและค่าสินไหมทดแทนจำนวน 220 ล้านบาท สำหรับกรมธรรม์ชีวิต (อัตราสินไหมทดแทนบวกกับค่าชดเชย)ในไตรมาส 4/58 เทียบเท่า 48.4% ของรายได้เบี้ยประกันชีวิตทั้งหมด (ลดลงจาก 54.5% ในไตรมาส 4/57 และ 53.6% ในไตรมาส 3/58)
อัตราส่วนค่าคอมมิชชั่นต่อเบี้ยประกันชีวิตหดตัวลงมาอยู่ที่ 25.0% ในไตรมาส 4/58 จาก 27.1% ในไตรมาส 4/57 โดยมีปัจจัยจากยอดขายสินค้าพัฒนาใหม่ที่แข็งแกร่งผ่านทางการขายผ่านโทรศัพท์ (call center) แทนตัวแทนจำหน่าย(เอเย่นต์) ในขณะที่สัดส่วนต้นทุนรวมต่อเบี้ยประกันภัยรับรวมหดตัวลงมาอยู่ที่ 76.3% ในไตรมาส 4/58 จาก 83.4% ในไตรมาส 4/57 (และ 86.0% ในไตรมาส 3/58 จากการจ่ายค่าสินไหมของสินค้าพัฒนาใหม่ที่ลดลง)
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนปรับตัวลงมาอยู่ที่ 1.95% ในไตรมส 4/58 จากภาวะตลาดหุ้นที่ซบเซา เมื่อเทียบกับ 19.1% ในไตรมาส 4/57 (เพิ่มมากจากกำไรการลงทุนในไตรมาส 4/57 จำนวน 50 ล้านบาท) และจาก 3.45% ในไตรมาส 3/58 รายได้จากดอกเบี้ยรับการลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวหดตัวลง 32% YoY และ 25% QoQ มาอยู่ที่ 10 ล้านบาท
แนวโน้ม
เราคาด THREL จะรายงานกำไรเติบโต 6% YoY ในไตรมาส 1/59 พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนจะปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่อัตราส่วนค่าคอมมิชชั่นหดตัวลง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการกำไรที่ 445 ล้านบาทในปี 2559 และ 500 ล้านบาทในปี 2560
คำแนะนำ
จากภาพเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น กอปรกับบริษัทหันมาเน้นสินค้าพัฒนาใหม่มากขึ้น เรามองว่า THREL อยู่ในสถานะที่สามารถมีกำไรเติบโตดีรวมทั้งอาจมีอัพไซด์ต่อกำไรจากการบริหารสัดส่วนต้นทุนต่อเบี้ยประกันภัยรับรวมได้ดีในปีนี้ (จากการมีอัตราส่วนค่าคอมมิชชั่นที่ลดลง) และมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีขึ้นจากภาวะตลาดหุ้นที่ดีขึ้น เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ที่ 12.30 บาท อิงการประเมินมูลค่าธุรกิจที่ 3.60 บาท และมูลค่าการสร้างธุรกิจใหม่รวมที่ 8.60 บาท






