เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งในกรอบ 1320-1340
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งในกรอบจำกัด โดยน้ำหนักส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวได้ดีในช่วงนี้ ส่งผลให้กลุ่มพลังงานช่วยหนุนตลาด นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติและกองทุนช่วยหนุน โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ที่เข้าสู่ช่วงประกาศเงินปันผลจึงมีแรงเก็งกำไรเข้ามา คงคำแนะนำซื้อกลุ่มที่ราคายังไม่แพง โดยเข้าซื้อหากดัชนีขึ้นเหนือ 1340 แต่หากดัชนีไม่สามารถยืนตรงนี้ได้ให้รอย่อต่ำกว่า 1310
แนวรับ/แนวต้าน : 1300/1340 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มสื่อสารไปก่อน
นักลงทุนระยะสั้น : CI (2.80), BR (8)
CI (2.80) โดยเราคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการตั้งกอง REIT โครงการศรีพันวามูลค่า 1 พัน 4 ร้อยล้านบาท และมีรายได้และกำไรโตก้าวกระโดดในไตรมาส 4 ปี 58และไตรมาส 1 ปี 59 รวมไปถึงทั้งปี 59 จากการโอนคอนโดและโครงการบ้านเดี่ยวตามนโยบายกระตุ้นการโอนของรัฐบาลในปีนี้
BR (8) เป็ดน้อยกำลังเติบโตเป็นเป็ดใหญ่ ด้วยการเริ่มขยายกำลังการผลิตที่จังหวัดสระแก้วในปีนี้ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในไม่ช้านี้ จะช่วยขยายตลาดส่งออกของ BR อย่างชัดเจน นอกจากนี้เราคาดราคาเป็ดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 และคู่แข่งจะแข่งขันในเชิงราคาน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับโอปองแปงและ Mcdonalds ผลิตอาหารประเภทเป็ดใหม่ๆ gross margin สูงใกล้ๆ 30% น่าลองไปชิมดูนะครับ
นักลงทุนระยะยาว : CK (34), SCC (630)
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK
SCC (630) ผลิตภัณฑ์ olefins ยังคงมี demand แข็งแกร่งทำให้มี spread สูงใกล้เคียง 700 ดอลล่าห์ต่อตันในปีนี้ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 400 ดอลล่าห์ต่อตันในปีที่แล้ว นอกจากนี้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นหลัง Chandra Asri Cracker ในอินโดนีเซียเสร็จสิ้นกระบวนการปรับปรุงระบบการผลิตในปีนี้ ประกอบกับเราคาด demand ปูนซีเมนต์จะเติบโต 3-4% yoy ปีนี้เทียบกับ 0% ในปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐโดยตรง บวกกับโรงปูนใหม่ที่กัมพูชาและอินโดนีเซียจะช่วยดันยอดขายและกำไรให้โตไม่ต่ำ 17% ในปีนี้อีกด้วย
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- พาณิชย์เผยส่งออกเดือน ม.ค.ร่วงหนักติดลบ 8.91% ต่อเนื่องเดือนที่ 13 มูลค่าอัตราขยายตัวต่ำสุดรอบ 4 ปี 2 เดือน ด้าน "สุวิทย์" เร่งสนับสนุนภาคบริการ-ลงทุนนอก ชดเชยภาคส่งออก ขณะนักวิเคราะห์คาดปีนี้ยังไม่ฟื้น ผวาติดลบเป็นปีที่ 4
+ กสทช. เผย "ช่องใหม่" เดินหน้าลงทุน คอนเทนท์ชิงส่วนแบ่งผู้ชม แนะทางรอดกลุ่มเรทติ้งต่ำ วางคาแรกเตอร์ชัด-เจาะเซ็กเมนท์ ดูดเม็ดเงินโฆษณาเฉพาะกลุ่ม ย้ำทีวีดิจิทัลไทยเปลี่ยนผ่านตามแผนปี 60 เข้าถึงครัวเรือนไทย 95% คาดปีนี้โฆษณาช่องดิจิทัลโต 60-70% เม็ดเงิน 3 หมื่นล้าน
- นกแอร์อาการหนักแจ้งยกเลิกบินรายวัน "อาคม" เผยล่าสุดขอหยุดยาวถึง 10 มี.ค. แจงจัดการปัญหาภายในยังไม่จบ "พาที" มั่นใจจะคลี่คลายในไม่ช้า ได้นักบินดีๆ เข้าร่วมงาน ประเมินความเสียหายหยุดบิน 25 วัน ค่าเช่าเครื่องบินไม่ต่ำกว่า 150 ล้าน คาดใช้เวลาแก้ปัญหาไม่ต่ำกว่า 4 เดือน พร้อมเปิดผลสอบชั่วโมงบินวันนี้
- อีซูซุ ประเมินตลาดรถปี 59 ลงแรง คาดปิดยอด 7.1 แสนคัน เหตุปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจในประเทศต่างประเทศ ภัยแล้งฉุดสินค้าการเกษตร เดินหน้าเพิ่มตลาดส่งออกตั้งเป้า 1.85 แสนคัน พยุงสายการผลิต ด้านโตโยต้าเชื่อ 2 ปี คืนระดับ 1 ล้านคัน นิสสันชี้ต้นปีตลาดไม่นิ่ง คาดการณ์ยาก
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,697.29 จุด พุ่งขึ้น 212.30 จุด หรือ +1.29%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (25 ก.พ.) ขานรับราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นและข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ม.ค.ที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 10 เดือน และข้อมูลแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 145.63 จุด หรือ 2.48% ที่ 6,012.81 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (25 ก.พ.) นำโดยการทะยานขึ้นของหุ้นลอยด์ แบงกิ้ง กรุ๊ป และหุ้นอาร์เอสเอ อินชัวแรนซ์ กรุ๊ป หลังจากที่ตลาดอ่อนแรงลงในช่วง 2 วันก่อนหน้า
+ ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 224.55 จุด หรือ 1.41% แตะที่ 16,140.34 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้น เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มส่งออก, การอ่อนค่าของสกุลเงิน หลังจากสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะกรอบล่างของ 112 เยนและราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้น
- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน เม.ย.ปิดบวก 92 เซนต์ หรือ 2.9% แตะที่ 33.07 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (25 ก.พ.) หลังจากมีรายงานว่า เวเนซูเอล่ายืนยันเข้าร่วมประชุมกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในช่วงกลางเดือนมี.ค. ซึ่งประกอบไปด้วยรัสเซีย ซาอุอาระเบีย และกาตาร์






