สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (18-24 ก.พ. 2559) :
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นเล็กน้อย DJIA +0.2% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง DAX -2.2%, CAC ฝรั่งเศส -1.9% และ FTSE -2.7% จากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานหลังซาอุดีอาระเบียให้ความเห็นว่าไม่มีแผนที่จะลดกำลังการผลิตน้ำมันลง และหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจทั้งสหรัฐและยุโรปส่วนใหญ่ออกมาต่ำกว่าคาด
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (18-24 ก.พ. 2559) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 2.2% แรงเก็งกำไรต่อมาตรการเพื่อช่วยการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น นอกจากนี้กลุ่มอสังหาฯที่ขึ้นเด่น หลังรัฐบาลออกมาระบุถึงแผนการปรับลดภาษีสำหรับการซื้อบ้าน รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้น จากแรงเก็งกำไรต่อนโยบายในการประชุมนิติบัญญัติประจำปีในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามลดช่วงบวกลงเมื่อธนาคารกลางจีนปรับลดค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงแรงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ในวันที่ 23 ก.พ. รวมถึงแรงขายทำกำไร
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (18-25 ก.พ. 2559) : SET INDEX ปรับตัวขึ้นทะลุ 1,330 จุด พร้อมด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย แม้ว่ากลุ่มพลังงาน / ปิโตรเคมี โดนขายทำกำไร อย่างไรก็ตามกลุ่มธนาคาร / อสังหาฯ กลับปรับตัวขึ้นโดดเด่น ด้วยผลตอบแทนจากเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,333.42 จุด เพิ่มขึ้น 44.95 จุด หรือ +3.49% ณ วันที่ 25 ก.พ.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (26 ก.พ.-3 มี.ค. 2559) : MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลางถึงบวก” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดย SET INDEX มีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบด่านสำคัญ 1,350 จุด ด้วยปัจจัยที่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าวคือ
1. การประชุมของผู้ผลิตน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโอเปค ในวันที่ 1 มี.ค. หากมีความคืบหน้าและเห็นด้วยกับการกำหนดเพดานการผลิตไม่ให้เกินการผลิตจริงในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ตามข้อตกลงระหว่างซาอุฯ และรัสเซียในช่วงกลางเดือนก.พ.ที่ผ่านมา เชื่อว่าราคาน้ำมันดิบ NYMEX จะแกว่งในกรอบ US$30-35/barrel พร้อมให้โอกาสที่จะเห็นการทะลุกรอบดังกล่าวได้
2. การทยอยประกาศเงินปันผลงวดปี 2558 หรือ 2H58 ของกลุ่มธนาคารอย่างต่อเนื่อง SCB/KBANK ประกาศออกมามากกว่าคาด ทำให้เราเชื่อว่า BBL/KTB มีโอกาสที่จะประกาศออกมามากกว่าคาดในสัปดาห์หน้า
3. กระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่ต่างชาติขายสุทธิเกือบ 4.0 แสนล้านบาท ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อทิศทางค่าเงินบาทมีแนวโน้มทรงตัวถึงแข็งค่า ขณะที่ผลตอบแทนเงินปันผลงวดนี้เฉลี่ย 3.7% เทียบกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ต่ำเพียง 1.0-1.5% เท่านั้น กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ต่างชาติกลับมาสนใจตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญในแง่ของพื้นฐานการลงทุน คือ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเดือนม.ค. ซึ่ง ธปท.จะรายงานในวันที่ 29 ก.พ.นี้ หากการบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา บวกกับการลงทุนของภาครัฐที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ย่อมเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยปิดความเสี่ยงของ SET INDEX ได้เช่นกัน
กลยุทธ์การลงทุน เราคงคำแนะนำ “นักลงทุนเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว ด้วยสัดส่วนที่จำกัดมากยิ่งขึ้น หลัง SET INDEX ทะลุแนว 1,330 จุดขึ้นมา โดยที่พอร์ตโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ MTD มากกว่า 6.5 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ SET INDEX หรือหุ้นหลักบางตัวเคลื่อนไหวผันผวนได้”
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนม.ค. และอัตราเงินเฟ้อ ของไทย วันที่ 29 ก.พ. และ 1 มี.ค. ตามลำดับ
2. การประชุมครม. อาจมีการพิจารณาแผนการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการรถไฟฟ้าเส้นส้ม-เหลือง-ชมพู
ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะการจ้างงาน ญี่ปุ่น/ดัชนี PMI การผลิต-บริการ ของจีน/ภาวะการจ้างงานสหรัฐ/ดัชนี PMI ภาคการผลิต-บริการ ของอียู-อังกฤษ









