ขาดทุนในไตรมาส 4/58
คาดไตรมาส 4/58 ขาดทุน จากความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย
เราคาด BLA รายงานขาดทุนไตรมาส 4/58 ที่ 273 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 786 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 แต่พลิกจากกำไร 2.3 พันล้านบาทในไตรมาส 4/57 โดยตัวเลขคาดการ์ณดังกล่าวนั้นมีปัจจัยจากการตั้งค่าสำรองฯประกันชีวิตที่สูงขึ้น (จากผลตอบแทนตราสารหนี้ที่ต่ำกว่าคาด) เราคาดค่าใช้จ่ายสำรองฯประกันชีวิตไตรมาส 4/58 จะคิดเป็น 83% ของรายได้เบี้ยประกันทั้งหมด เทียบกับ 43% ในไตรมาส 4/57 โดยรายได้เบี้ยประกันไตรมาส 4/58(บวกเบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว) คาดอยู่ที่ 1.58 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 112% YoY และ 89% QoQ ตามฤดูกาล เราคาดอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนไตรมาส 4/58 จะอยู่ที่ 4.7% เมื่อเทียบกับ 6.4% ในไตรมาส 4/57 ทั้งนี้เนื่องจากแนวโน้มผลตอบแทนตราสารหนี้ในตลาดหดตัว เราจึงปรับประมาณการอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนปี 2558 มาอยู่ที่ 4.9% จาก 5.3% และทั้งปี 2559 มาอยู่ที่ 4.0% จากเดิมที่ 4.5 %
แนวโน้มเน้นสินค้าระยะยาวที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป
เราคาดยอดเบี้ยประกันชีวิตรับสุทธิปี 2558 จะหดตัวลง 8% YoY มาอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจาก BLA ได้ปรับสินค้าที่มีระยะการชำระเบี้ยระยะสั้น (Gain 1st 245) มาเป็นสินค้าที่ชำระเบี้ยระยะยาวมากขึ้น (ประกันชีวิตออมทรัพย์ระยะยาว กองทุนบำเหน็จบำนาญ และประกันการคุ้มครองภาระหนี้สิน อย่าง บัวหลวงห่วงลูกหลาน และบัวหลวงห่วงครอบครัว และกองทุนบำเหน็จบำนาญ 555/600) และสินค้าประกันชีวิตตลอดชีพที่มีภาระผ่อนจ่ายอย่างน้อย 4 ปีขึ้นไป โดยบริษัทจะให้ความสนใจขายสินค้าที่เป็นระยะยาวมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป ซึ่งมีอัตรากำไรสูงขึ้นแต่ขายยากขึ้นเช่นกัน
ความเสี่ยงการตั้งค่าสำรองกรมธรม์ประกันชีวิตฯเพิ่มขึ้นจากผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวที่ลดลง
เราคาดว่าการตั้งค่าสำรองกรมธรม์ประกันชีวิตจะคิดเป็น 83% ของรายได้เบี้ยประกันทั้งหมดในไตรมาส 4/58 ซึ่งอาจมาจากผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวที่ลดลงในช่วงไตรมาส 4/58 โดยผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะ 10ปี ปรับตัวลดลง 25bps มาอยู่ที่ 2.5% ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2558 เราจึงคาด BLA จะตั้งค่าสำรองกรมธรม์ประกันชีวิตเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 4/58 และปี 2559 อิงระบบบัญชีการทดสอบความเพียงพอของหนี้สิน (LAT) ซึ่งหมายความว่าหากอัตราดอกเบี้ยอ่อนตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป BLA มีโอกาสในการตั้งค่าสำรองเพิ่ม เราจึงปรับประมาณการตั้งค่าสำรองฯมาอยู่ที่ 75% ของรายได้เบี้ยประกันชีวิตรับทั้งหมดในปี 2558 และ 74% ในปี 2559 จากเดิมที่ 70% ในทั้ง 2 ปี
ประเด็นการลงทุน
ตวามเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากแนวโน้มผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวและอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลดลงในปี 2558-2559 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรลง 60% ในปี 2558 มาอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท และอีก 61% ในปี 2559 มาอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท ส่งผลให้ราคาเป้าหมาย ปรับลง 30% จาก 67 มาเหลือ 47 บาท อิงการประเมินมูลค่าธุรกิจที่ 30.5 บาทต่อหุ้นและมูลค่าการสร้างธุรกิจใหม่ที่ 16.47 บาท โดยในช่วงระหว่างเดือนต.ค. 2558 –ก.พ. 2559 ราคาหุ้น BLA ปรับตัวลง 20% จากความกังวลเรื่องการตั้งค่าสำรองฯจากแนวโน้มผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวที่ลดลง เราจึงมองว่าอาจจะช้าไปที่จะขาย BLA ในระดับราคาดังกล่าว นอกจากนี้บริษัทยังมีกำไรขนาดใหญ่จากการถือตราสารหนี้ระยะยาวในพอร์ตลงทุนด้วยเช่นกับ ปัจจุบัน BLA มีพอร์ตการลงทุนประมาณ 2.5 แสนล้านบาท เป็นตราสารหนี้ระยะยาวกว่า 1.8 แสนล้านบาทซึ่งอาจชดเชยการตั้งค่าสำรองฯที่สูงขึ้นได้บางส่วนในช่วงวัฏจักรอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวที่ยังต่ำอยู่









