วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES (24 ก.พ.59)

แวะพักเหนื่อย

SET วานนี้ปรับตัวขึ้นตามแรงหนุนราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นหลังจาก IEA คาดการณ์ว่าการผลิต shale oil ของสหรัฐจะปรับตัวลดลง ประกอบกับ Fund Flow ต่างชาติพลิกเป็น Net Buy ต่อเนื่อง ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,325.79 จุด (+5.60 จุด) Volume 4.9หมื่นลบ. โดย Foreign Net +950 ลบ. ,Net TFEX -1,706 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

- ตลาดหุ้น DJ -188.88 จุดจากแรงกดดันราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวนโดยยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค.+0.4% MoM สู่ระดับ 5.47 ล้านยูนิต แต่ดัชนีภาวะธุรกิจของภาคการผลิตเดือนก.พ.ร่วงลงสู่ระดับ -4 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.ปรับตัวลงสู่ระดับ 92.2

- ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลงล่าสุด 31.5 USD/Barrel หลังซาอุฯยังไม่มีแผนจะลดกำลังการผลิต และ IEA คาดว่าราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวในระดับต่ำ

- ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจหากอังกฤษถอนตัวออกจาก EU โดยการทำประชามติเกี่ยวกับสมาชิกภาพของอังกฤษใน EU จะมีขึ้นในวันที่ 23 มิ.ย.

+ ECB ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมวันที่ 10 มี.ค. (ปัจจุบันใช้ QE ที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน)

+ ครม.อนุมัติแผนปลดล็อกธงแดงของกพท. เตรียมตรวจ 28 แอร์ไลน์ ก่อนแจ้งความพร้อม ICAO ปลายปี

+ ครม.อนุมัติงบกลาง-เงินกู้ผ่าน ธ.ก.ส.รวมกว่า 9 หมื่นล้าน ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งพร้อมยกระดับขีดความสามารถ

+ Foreign เป็น Net Buy 6 วันติดต่อกันราว 7.2 พันลบ.

+ แรงซื้อดักงบและปันผลปี 2558 ที่จะทยอยประกาศถึง 1 มี.ค.59

ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง รวมถึงความไม่แน่นอนหากอังกฤษถอนตัวออกจาก EU เป็นแรงกดดันดัชนี แต่คาดว่า Sentiment บวกจาก Fund Flow ต่างชาติพลิกเป็น Net Buy 6 วันต่อเนื่อง รวมถึงแรงซื้อดักงบและปันผลปี 2558 จะช่วยพยุงดัชนีได้ ดังนั้นคาดว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,315 - 1,340 จุด 

กลยุทธ์การลงทุน

แนะนำ Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกและสะสมหุ้นที่งบเติบโตขึ้น

- AOT MINT CENTEL High season ท่องเที่ยว รวมถึงกพท. เตรียมเสนอแผนแก้ปัญหาการบินภาพรวมต่อครม.เพื่อปลดธงแดง ICAO

- กลุ่ม High Dividend INTUCH ADVANC KTB KKP TISCO

- กลุ่มที่คาดว่างบปี 58 และ Q4/58 เติบโตขึ้น BEAUTY EA BRR ORI BJCHI AAV BA

- SOLAR IFEC SUPER TSE กกพ.พร้อมคัดเลือกผู้เสนอขายโซลาร์ฟาร์มราชการรอบ 2 ด้วยวิธีจับสลากปลายเดือน มี.ค. หรือต้น เม.ย.นี้ หลังแก้ปัญหาผังเมืองและกฎหมายเพื่อเปิดทางให้เอกชนร่วมลงทุนในพีพีพี

- PDI ราคาสังกะสีโลก +21% MoM ล่าสุด 1,784 US/Ton และทุ่มงบ1.5พันล้านบ. เทกโอเวอร์โรงไฟฟ้าชีวมวล 3 แห่ง ขนาดกำลังผลิต 10 Mwต่อแห่ง


คาดการณ์วันประกาศงบ

25 ก.พ. DCON TRUE RML ROBINS BEM

ประเด็นข่าวอื่น

- TCAP ธนาคารแห่งโนวาสโกเทียเดินหน้าหาผู้ซื้อ หุ้นธนชาต 49% กว่า 1.75 พันล้านดอลลาร์ เผยดึงแบงก์ยักษ์ใหญ่จากจีน ไต้หวันมาเลเซียและญี่ปุ่นเพื่อเข้าซื้อหุ้นธนชาต คาดว่าจะเปิดประมูลรอบแรกได้ในช่วง Q2/59

หุ้นแนะนำพิเศษ

BJCHI ราคาปิด 6.95 บาท ราคา Consensus เฉลี่ย 9.15 บาท

- ธุรกิจวิศวกรรมด้านการรับจ้างผลิต และการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น พลังงาน โรงกลั่นน้ำมัน โรงฟ้า ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเคมี และเหมืองแร่ เป็นต้น

- ปี 2558 คาดรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่เติบโตมากกว่า 20% ของปี 2557 ที่มีรายได้ 4.5 พันลบ. จากโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ Roy Hill Mining Modules , APLNG WHS FID2 และ Rio Tinto Hopper รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรเติบโตขึ้นมากโดย Consensus คาดไว้ที่ราว 1.2 - 1.3 พันลบ. (+20%)

- เงินปันผลโดดเด่นคาดปี 2558 จ่ายที่ 0.35 - 0.4 บาท/หุ้น หรือราว 6%

- ปี 2559 บริษัทตั้งเป้ารายได้ +15% และรักษา Margin ระดับ 30 - 35% โดยมี Backlog ราว 3.7 พันลบ. และรอประกาศโครงการใหญ่ TUPI FSPO#3 (เรือขุดเจาะน้ำมัน) ราว 2.5 พันลบ. ราว Q1/59 รวมถึงงานขนาดเล็ก 1 งาน

- บริษัทซื้อหุ้นคืน (Treasury Stocks) วงเงิน 250 ลบ. จำนวนหุ้น 2.5% หรือ 40 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 27 ม.ค. - 26 ก.ค. 59

หุ้นมีข่าว

- ARROW (ราคาปิด 13.50 ซื้อเก็งกำไร) มั่นใจปี 59 รายได้โตแตะ 1,400 ล้านบาท มั่นใจออเดอร์งานแน่น กางแผนเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ 65% เตรียมขยายโรงงาน-เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร เสริมแกร่งการผลิต (ที่มา:ข่าวหุ้น)

- SYNEX (ราคาปิด 4.76 แนะนำซื้อ 5.30) ผลงานปี 2558 กำไรสุทธิโตแรงเกือบ 94% อยู่ที่ 351.16 ล้านบาท ซีอีโอเผยผลประกอบการโตกว่าเป้าหมาย เป็นผลจากเดินตามกลยุทธ์ที่วางไว้ มั่นใจผลงานปี 59 โตต่อเนื่องได้อีก โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้กว่า 2.3 หมื่นล้านบาท (ที่มา:ทันหุ้น)

- SC (ราคาปิด 3.08 ซื้อ เป้าหมาย 4.40 บาท) แจ้งกำไรปี 58 เท่ากับ 1,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น22% ดีกว่าคาด7% พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.18 บาทต่อหุ้น ตามคาดyield 5.8%


ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -188.88 จุด

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 16,431.78 จุด ร่วงลง 188.88 จุด หรือ -1.14% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,503.58 จุด ลดลง 67.02 จุด หรือ -1.47% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,921.27 จุด ลดลง 24.23 จุด หรือ -1.25%

โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งลงไปกว่า 4% หลังจากซาอุดิอาระเบียได้ปฏิเสธที่จะลดกำลังการผลิต โดยข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าวิกฤตราคาน้ำมันอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานและภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวนของสหรัฐ

ตลาดน้ำมัน NYMEX -1.52 ดอลลาร์/บาร์เรล

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดร่วงลง 1.52 ดอลลาร์ หรือ 4.6% แตะที่ 31.87 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังจากซาอุดิอาระเบียระบุว่ายังไม่มีแผนที่จะลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะยังคงเคลื่อนไหวในระดับต่ำ