วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รมว.คมนาคม' สั่งสายการบินเร่งทำแผนเผชิญเหตุ

"อาคม" สั่งสายการบินทุกแห่งเร่งทำแผนเผชิญเหตุที่ครอบคุลมการบริหารความเสี่ยงขององค์กรทุกด้าน ด้านกพท.จับตาฐานะการเงิน 4 สายการบิน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ได้รายงานให้ ครม.รับทราบการแก้ไขปัญหาของสายการบินนกแอร์ ซึ่งนอกจากการเรียกผู้บริหารสายการบินนกแอร์มาเตือนเรื่องการให้บริการที่ต้องไม่มีการหยุดบินกระทบผู้โดยสารแล้ว ล่าสุดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ตรวจสอบชั่วโมงบินนักบินนกแอร์ทุกคน ซึ่งคาดว่าจะรายงานผลการตรวจสอบให้กระทรวงคมนาคมรับทราบสัปดาห์นี้ ส่วนประเด็นที่สายการบินนกแอร์จะยกเลิกเที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 20 เที่ยวบินต่อสัปดาห์จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่นั้น ล่าสุดนกแอร์ไม่ได้ยกเลิกเที่ยวบินมาที่ กพท.แต่อย่างใด

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้แจ้งให้ ครม.ทราบว่าการเรียก 14 สายการบินมาหารือครั้งที่ผ่านมาได้เน้นย้ำให้ทุกแห่งจัดทำแผนเผชิญเหตุให้ชัดเจนและรายงานให้ กพท.ทราบ ซึ่งแผนดังกล่าวต้องครอบคุลมการบริหารความเสี่ยงขององค์กร เช่น กรณีนักบินหยุดบิน ปัญหาภัยธรรมชาติ ปัญหาระบบไอทีและคอมพิวเตอร์ เนื่องจากธุรกิจการบินมีความสำคัญต่อระบบสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร

ขณะเดียวกันปัญหานักบินขาดแคลนได้มีการเร่งรัดให้สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เร่งจัดทำแผนผลิตบุคลากรด้านการบินทั้งนักบิน ช่างซ่อมอากาศยานและลูกเรือให้เพียงพอ ซึ่งแผนดังกล่าวไม่ว่า สบพ.จะศึกษาเองหรือว่าจ้างที่ปรึกษาเข้ามาดำเนินการก็ขอให้เกิดความชัดเจนและรายงานให้กระทรวงคมนาคมทราบอีกครั้ง

ขณะที่นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และรักษา ผอ.กพท. กล่าวถึงการยกเลิกเที่ยวบินของนกแอร์ ว่า 20 เที่ยวบินที่ยกเลิกวันนี้มีการแจ้งล่วงหน้ามากว่า 3 วันถือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ส่วนการแจ้งล่วงหน้าวันต่อวันหลังจากนี้หากนกแอร์ไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ 3 ข้อ คือ ไม่คืนเงินผู้โดยสาร การเปลี่ยนเที่ยวบิน หรือทำการเลื่อนเที่ยวบินตามที่ผู้โดยสารต้องการ ก็จะมีหลักเกณฑ์ชัดเจนว่าจะเสียค่าปรับให้ผู้โดยสารรายละ 1,200 บาท หากประชาชนไม่ได้รับการปฏิบัติคุ้มครองสิทธิ์ดังกล่าวสามารถแจ้งได้ที่ กพท.หรือสายด่วนศูนย์ปลอดภัยคมนาคมหมายเลข 1356

ส่วนประเด็นฐานะการเงินของ 4 สายการบินที่มีปัญหา เนื่องจากมีภาระหนี้สินที่เจ้าหนี้ติดตามทวง ซึ่ง กพท.ได้ติดตามฐานะการเงินเพื่อไม่ให้เกิดการลดค่าใช้จ่ายที่กระทบกับมาตรฐานความปลอดภัย โดยยืนยันทั้ง 4 สายการบินอยู่ในสถานะเฝ้าระวัง ยังไม่ยกเลิกใบอนุญาตแต่อย่างใด