ผลขาดทุนหลักน้อยกว่าคาด
สูงกว่าคาด
MONO รายงานขาดทุนสุทธิที่ 129 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 66% YoY และ 34% QoQ ซึ่งขาดทุนมากกว่าประมาณการของเรา 87% หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับการบันทึกทางบัญชีของใบอนุญาตดิจิตอลทีวีมูลค่า 69 ล้านบาทและ 51 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 และ4/57 ตามลำดับ ผลขาดทุนหลักจะอยู่ที่ 60 ล้านบาท หรือ ขาดทุนเพิ่มขึ้น 126% YoY แต่ขาดทุนลดลง 38% QoQ โดยผลขาดทุนหลักต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 87 ล้านบาทอยู่ 32% เนื่องจากยอดขายสูงกว่าที่คาด 7% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่ำกว่าประมาณการของเราจากนโยบายลดต้นทุน ทั้งนี้MONO ได้เพิ่มทุน 50 ล้านหุ้นกับบฺคคลเฉพาะเจาะจงที่ 1.9 บาทต่อหุ้น โดยวัตถุประสงค์จะใช้เงินในการลงทุนซื้อคอนเทนท์ต่างๆเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจดิจิตัลทีวี ส่งผลให้มีผลกระทบมูลค่าหุ้นลดลง 1.59%
ประเด็นหลักผลประกอบการ
กำไรหดตัวลงจากต้นทุนคอนเทนท์ทีวีดิจิตัลที่สูงขึ้นซึ่งมีน้ำหนักมากกว่ารายได้ที่ปรับตัวขึ้น ต้นทุนการขายกระโดดสูงขึ้น35% YoY และ 17% QoQ ในขณะที่รายได้รวมเติบโต 13% YoY และ14% QoQ รายได้กลุ่มธุรกิจบริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่244 ล้านบาท ลดลง 19% YoY แต่เพิ่มขึ้น 10% QoQ โดยรายได้ที่ลดลงนั้นมีปัจจัยจากจำนวนผู้ใช้บริการที่หดตัว รายได้ธุรกิจสื่อในไตรมาส 4/58 กระโดดสูงขึ้น 74% YoY และ 15% QoQ นำโดยรายได้ทีวีดิจิตัลที่เพิ่มขึ้น ส่วนรายได้ธุรกิจบันเทิงอยู่ที่ 50 ล้านบาท กระโดดสูงขึ้น 109% YoY และ 35% QoQ
แนวโน้ม
เรตติ้งทีวีดิจิตัลที่สูงขึ้นมาพร้อมกับต้นทุนคอนเทนท์ที่สูงขึ้น ซึ่งเรามองต้นทุนดังกล่าวจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในปี 2559 เราประเมินขาดทุนหลักไตรมาส 1/59 จะอยู่ที่ 65 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลง 4% YoY แต่ขาดทุนเพิ่มขึ้น QoQ โดยเรามอง MONO จะยังคงขาดทุนในปี 2559 จากรายได้กลุ่มธุรกิจบริการเสริมบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่หดตัวตามพฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนไปและแนวโน้มรายได้ธุรกิจทีวีดิจิตัลที่เติบโตช้ากว่าต้นทุนคอนเทนท์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไรจะฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไปจากต้นทุนที่คงที่และแนวโน้มรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในธุรกิจทีวีดิจิตัล
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2559-2561 ลง 23% 117% และ 6% และปรับกำไรสุทธิปี 2562 ขึ้น 4% จากการเปลี่ยนระบบการบันทึกบัญชีใบอนุญาตทีวีดิจิตอล (ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีดังกล่าวจะมีน้ำหนักมากกว่าค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตทีวีดิจิตอลที่ลดลง) เราปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ่นปี 2559 ลงเหลือ 1.9 บาท เพื่อสะท้อนรายการดังกล่าวซึ่งจะกระทบต่อการประเมินมูลค่า PER ในธุรกิจปกติ (ไม่มีผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF สำหรับธุรกิจทีวีดิจิตัล) อย่างไรก็ตามประมาณการของเราได้คำนวณผลกระทบจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนแล้ว
คำแนะนำ
เราเชื่อว่าการซื้อคอนเทนท์เพื่อสร้างเรตติ้งต่อช่องทีวีดิจิตัลด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นจะไม่มีผลตอบแทนที่ดีนักในระยะยาว แต่บริษัทมีแนวโน้มที่ดีด้วยสัดส่วนคอนเทนท์ที่สร้างขึ้นเองสูงขึน อย่างไรก็ตามเรามองว่าบริษัทยังคงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ว่าแผนดังกล่าวจะสามารถเพิ่มเรตติ้งได้ เรายังคงแนะนำ “ถือ”









