วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PLANB - ซื้อ

กำไรไตรมาส 4/58 แข็งแกร่งตามคาด; คาดเติบโตต่อเนื่อง YoY

เป็นไปตามคาด

PLANB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่ 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY แต่ลดลง 5% QoQ กำไรหลักไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 YoY แต่ลดลง 5% QoQ ตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด

ประเด็นหลักผลประกอบการ

ปัจจัยเบื้องหลังการเติบโตของกำไร YoY ได้แก่ 1) อัตราการเช่าใช้สื่อโฆษณาที่สูงขึ้น, 2) การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2558, 3) ส่วนแบ่งรายได้จากบริษัท ฮัลโหล บางกอก แอลอีดี (HELLO), 4) อัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว QoQ และ 5) ดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำลง (เนื่องจากบริษัทใช้เงินที่ได้จาก IPO ไปจ่ายหนี้) ในขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรหดตัว QoQ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 14.5% ในไตรมาส 4/58 จาก 12.4% ในไตรมาส 3/58

อัตราการเช่าใช้สื่อโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 76% ในไตรมาส 4/58 จาก 73% ในไตรมาส 3/58 จากการเพิ่มขึ้นของทั้งสื่อคงที่และสื่อดิจิตัล อย่างไรก็ตาม อัตราการเช่าใช้สื่อโดยรวมลดลงจาก 80% ในไตรมาส 4/57 เนื่องจาก อัตราการเช่าใช้สื่อในระบบขนส่งที่ลดลง ในขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 37.5% ในไตรมาส 4/58 จาก 36.1% ในไตรมาส 3/58 จากอัตราการเช่าใช่สื่อโดยรวมที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวเล็กน้อย YoY มาอยู่ที่ 36.6% ในไตรมาส 4/58 จาก 41.7% ในไตรมาส 4/57 เนื่องจากอัตราการเช่าใช้สื่อในระบบขนส่งมวลชนที่อ่อนตัวลงและส่วนแบ่งรายได้จาก HELLO ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าของบริษัทโดยรวมที่เพิ่มขึ้น

แนวโน้ม

แนวโน้มกำไรไตรมาส 1/59 คาดขยายตัวอย่างมาก YoY เนื่องจาก 1) พอร์ตฟอลิโอสื่อที่เพิ่มขึ้น, 2) อัตราการเช่าใช้สื่อเดิมเพิ่มขึ้น, 3) ส่วนแบ่งรายได้จากการเปิดตัวโครงการและการเข้าซื้อกิจการในปี 2558, 4) ส่วนแบ่งรายได้จาก HELLO ที่เพิ่มขึ้น และ 5) ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไรสุทธิของบริษัทในไตรมาส 1/59 อ่อนตัวลง QoQ จากโลว์ซีซั่นของเม็ดเงินโฆษณา อย่างไรก็ตาม ยังมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรจากการโครงการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการทั้งในไทยและกลุ่มอาเซียนในอนาคต

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ที่ 570 ล้านบาทไม่เปลี่ยนแปลง


คำแนะนำ

เรามองว่า แนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของกำไรในปี 2559 ประกอบกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 28% ในช่วงปี 2558-2560 เทียบกับ 9% ของ SET จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้น ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ยังมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรในระยะยาวจากการลงทุนและเข้าซื้อกิจการในอนาคต จากการที่บริษัทไม่มีหนี้สินในปัจจุบัน ซึ่งจะหนุนให้บริษัทมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคตได้