สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (11-17 ก.พ. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลง DJIA +3.4%, DAX +4.0%, CAC ฝรั่งเศส +4.2% และ FTSE +6.3% แกว่งตัวผันผวนตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวขึ้นจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน จากแรงเก็งกำไรต่อการประชุม รมว.กระทรวงน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และเวเนซุเอลา กับรัสเซียในวันที่ 16 ก.พ. แม้ราคาน้ำมันดิบจะย่อตัวลงระหว่างสัปดาห์เมื่อผลการประชุมคงกำลังการผลิตเดิมจากในช่วงเดือน ม.ค. แต่ NYMEX กลับมายืนเหนือ US$30/ barrel ได้อีกครั้งเมื่อรมว.พลังงานของอิหร่านพร้อมสนับสนุนกลุ่มโอเปคและนอกโอเปคเพื่อสร้างเสถียรภาพให้ราคาน้ำมัน
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (15-17 ก.พ. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 3.5% สำหรับการกลับมาซื้อขายอีกครั้ง หลังจากที่ปิดทำการในสัปดาห์ก่อนหน้าเนื่องในเทศกาลตรุษจีน จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเชิงบวกยอดสินเชื่อใหม่สกุลเงินหยวนเดือน ม.ค.ของจีนทำระดับสูงสุดใหม่อยู่ที่ 2.51 ล้านล้านหยวนและดีกว่าที่ตลาดคาด รวมถึงประเด็นเก็งกำไรต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลผ่านการเร่งใช้จ่ายและมาตรการเพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (11-18 ก.พ. 2559)
SET INDEX ปรับตัวลงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีความพยายามไต่ระดับขึ้นทดสอบ 1,300 จุด เมื่อGDP ใน 4Q58 ของไทยออกมาดีกว่าคาดที่ 2.8% yoy รวมถึงการปรับตัวขึ้นของกลุ่มพลังงานที่ได้แรงบวกจากราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตามการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กดดันบรรยากาศการลงทุน กดดันให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,288.74 จุด ลดลง 10.15 จุด หรือ -0.78% ณ วันที่ 18 ก.พ.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (19-25 ก.พ. 2559)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลางถึงบวก” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 แม้ว่า SET INDEX ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเกิดการปรับฐานลง แต่แนวรับ 1,280 จุดยังทำงานได้อย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งปัจจัยแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศอยู่ในภาวะทรงตัว/เสถียรภาพมากขึ้น บรรยากาศการลงทุนจะกลับมาเป็นการเก็งกำไรรายตัว พร้อมให้โอกาสที่ SET INDEX จะขึ้นทดสอบด่าน 1,300 จุดได้ในสัปดาห์หน้า ด้วยปัจจัยสนับสนุนดังต่อไปนี้
1. สถานการณ์ค่าเงินหยวน Onshore-Offshore ทรงตัว และมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางจีนทยอยดูดซับสภาพคล่องทางการเงินส่วนเกินที่อัดฉีดไปในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ทำให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินของจีนมีเสถียรภาพมากขึ้น
2. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรงตัวดีขึ้น แม้ว่าการเจรจาระหว่าง ซาอุฯ-รัสเซีย เป็นเพียงการกำหนดเพดานการผลิตน้ำมันไม่ให้เกินการผลิตในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ช่วยให้ความกังวลต่อแนวโน้มการเกิดอุปทานส่วนเกินคลายตัวลง
3. ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีเสถียรภาพมากขึ้น เพื่อรอดูผลการประชุมเฟดในวันที่ 16 มี.ค. ซึ่ง ณ ปัจจุบันตลาดประเมินว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% เช่นเดิม
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ติดตามตัวเลขการส่งออก-นำเข้า เดือนม.ค. ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ประกาศในวันที่ 25 ก.พ. แนวโน้มน่าจะหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 จากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เป็นสำคัญ แต่เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวได้สะท้อนไปในประมาณการ GDP ปีนี้ของตลาดไปแล้ว จึงไม่น่าจะมีแรงกดดันต่อจิตวิทยาการลงทุนมากนัก
กลยุทธ์การลงทุน เราคงคำแนะนำ “นักลงทุนเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว เน้นหุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q58 เติบโตเด่น qoq และ/หรือ yoy” ทั้งนี้หาจังหวะขายทำกำไรเล่นรอบหาก SET INDEX ขยับทดสอบ 1,300 จุด +/-
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ช่วงวันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย ระหว่างวันที่ 20-22 ก.พ.
2. ติดตาม/เก็งกำไร ต่อผลการดำเนินงานใน 4Q58 ที่จะทยอยประกาศมากขึ้น
ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ราคาบ้านใน 70 เมืองหลักของจีน/อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น/ดัชนี PMI ภาคการผลิต-บริการของอียู/ยอดค้าปลีก-GDP ของอังกฤษ/อัตราเงินเฟ้อ-GDP ของสหรัฐ








