วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนร.มีมติยุบเลิก44บริษัทลูกรัฐวิสาหกิจ

"คนร."มีมติเห็นชอบหลักการ ให้"ยุบเลิก-ถอนลงทุน" 44 บริษัทลูกรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์จัดตั้ง แม้บางแห่งกำไร

คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีนโยบายปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดตั้งบริษัทลูก หรือบริษัทร่วมทุนของรัฐวิสาหกิจ พร้อมให้ทบทวนบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจที่มีการถือหุ้นตั้งแต่ 25% ว่าควรจะมีการดำเนินการต่อ หรือยุบเลิกในส่วนที่มีการดำเนินงานขาดทุน 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติเกี่ยวกับการบริหารจัดการบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ ที่รัฐวิสาหกิจมีการถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 158 บริษัท 

ตามมติคนร.ได้เห็นชอบในหลักการให้ยุบเลิก หรือถอนการลงทุนบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ได้มีการดำเนินการสอดคล้องกับภารกิจตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทของรัฐวิสาหกิจ  (มีอยู่จำนวน 44 บริษัท) โดยให้รัฐวิสาหกิจพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ยังให้รายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานผ่านกระทรวงต้นสังกัดให้คนร.รับทราบทุก 3 เดือน นับจากวันที่แจ้งมติ อย่างไรก็ตามสำหรับบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้มีมติให้ยุบเลิก หรือถอนการลงทุนไปแล้วก่อนนี้ ให้รัฐวิสาหกิจดำเนินการต่อไป และรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานให้คนร.รับทราบทุก 3 เดือนเช่นเดียวกัน 

สำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีการดำเนินการสอดคล้องกับภารกิจตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจนั้น รวมถึงบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามความจำเป็นต่อการดำเนินภารกิจเฉพาะของรัฐวิสาหกิจ  ที่ประชุมคนร.มีมติเห็นชอบในหลักการให้คงอยู่

อย่างไรก็ตามหากบริษัทในเครือใด มีผลประกอบการขาดทุน ให้รัฐวิสาหกิจร่วมกับบริษัทในเครือจัดทำแผนแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อนำเสนอกระทรวงการต้นสังกัดพิจารณา  และรายงานให้คนร.ทราบภายใน 3 เดือน นับจากวันที่แจ้งมติ  นอกจากนี้ยังให้กระทรวงคมนาคมรับข้อสังเกตของคนร.ไปพิจารณาด้วย 

“บริษัทลูกของบริษัทวิสาหกิจมีจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจกลุ่มพลังงาน  บางแห่งตั้งขึ้นมาโดยไม่ได้ทำอะไร หรือบางแห่งก็ไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ก็ต้องมีการยุบ หรือค่อยๆถอนการลงทุน อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ดำเนินการได้ทันที ต้องเป็นไปตามกระบวนการ”

เขากล่าวต่อว่า  ในการทำแผนบริหารจัดการบริษัทลูก หรือบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจนั้น ได้แบ่งกลุ่มบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจออกเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย  1.กลุ่มที่ดำเนินการสอดคล้องกับภารกิจตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ หรือกลุ่มที่ทำตามภารกิจหลักได้ และมีกำไร กลุ่มนี้มีอยู่จำนวน 81 บริษัท คนร.มีมติให้ยังคงอยู่

2.กลุ่มที่ดำเนินการสอดคล้องกับภารกิจตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ แต่มีผลประกอบการขาดทุน มีอยู่จำนวน 29 บริษัท   ให้รัฐวิสาหกิจที่เป็นแม่ ร่วมกับบริษัทในเครือจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว 3.กลุ่มบริษัทที่ไม่ได้ทำตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง แต่มีกำไร มีจำนวน 7 บริษัท ให้ลดสัดส่วนถอนการลงทุน หรือยุบเลิก 4. กลุ่มบริษัทที่ไม่ได้ทำตามวัตถุประสงค์และขาดทุน มีอยู่จำนวน 37 บริษัท ให้ยุบเลิก หรือถอนการลงทุน และ5.กลุ่มบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งตามภารกิจเฉพาะ จำนวน 4 บริษัท ให้คงอยู่ แต่หากขาดทุนให้ทำแผนการแก้ไขปัญหา 

อนึ่งก่อนหน้านี้คนร.มีมติเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2558 เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดตั้ง การร่วมทุน และการกำกับดูแลบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ  เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยมีผลบังคับใช้กับบริษัทในเครือ บริษัทร่วมทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่รัฐวิสาหกิจมีการถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป หลังบางแห่งมีการตั้งขึ้นมา แต่ไม่มีการดำเนินกิจการ

หลังจากนั้นทาง สคร. ได้ส่งหนังสือเร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจ ทบทวนสถานะของบริษัทลูกที่รัฐวิสาหกิจนั้นถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไปที่มีอยู่ทั้งหมด 120  โดยสำรวจสถานกิจการว่ามีสถานการณ์ดำเนินงานอย่างไร  ควรจะมีการยุบเลิกหรือไม่ หรือหากเห็นว่าควรจะยังมีอยู่ จะมีแผนการดำเนินงาน หรือฟื้นฟูกิจการในส่วนที่ขาดทุนอย่างไร