ก.ล.ต. คุมเข้มหุ้นอุปการคุณ ห้ามจัดสรรเกิน 25% ของไอพีโอ เปิดรายชื่อภายใน 7 วัน ป้องกันปั่นหุ้นไอพีโอ
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงเกณฑ์การจัดสรรหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อให้มีการกระจายหุ้นให้กับผู้ลงทุนทั่วไปอย่างเพียงพอ และป้องกันการจัดสรรหุ้น IPO ให้กับผู้มีอุปการคุณและบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท (RP) ในสัดส่วนที่สูงจนควบคุมปริมาณหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และอาจนำไปสู่การซื้อขายหุ้นในลักษณะผิดปกติภายหลังการเข้าจดทะเบียน โดยเกณฑ์ที่ปรับปรุงมีสาระสำคัญดังนี้
1) ปรับปรุงนิยามของ “ผู้มีอุปการคุณ” หมายถึง บุคคลที่สร้างประโยชน์ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่องและชัดเจน โดยกำหนดสัดส่วนการจัดสรรหุ้น IPO ให้กับผู้มีอุปการคุณและ RP รวมกันได้ไม่เกิน 25%ของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย IPO
2) ลดระยะเวลาการรายงานผลการขายหุ้น IPO จากเดิมภายใน 45 วันเป็นภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันปิดการเสนอขายหุ้น เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาการนำหุ้นเข้าจดทะเบียน
ทั้งนี้ กำหนดให้ underwriter ร่วมกับบริษัทลงนามในรายงานผลการจัดสรรหุ้นให้กับผู้มีอุปการคุณที่ได้รับการจัดสรรหุ้นสูงสุด 200รายแรก (ตามแบบ 81-1-IPO200) ต่อสำนักงานด้วย จากเดิมที่ underwriter ร่วมกับบริษัทลงนามในแบบรายงานผลการจัดสรรหุ้น IPO (ตามแบบ 81-1-IPO) เท่านั้น นอกจากนี้ให้บริษัทรายงานข้อมูลและรายละเอียดผู้มีอุปการคุณเพิ่มเติมในแบบ 81-1-IPO 200 ได้แก่ ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ชื่อบริษัทหลักทรัพย์ที่น าหุ้น IPO เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และชื่อเจ้าหน้าที่การตลาดที่ดูแลบัญชี (กรณีที่มีการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์)
"ปัจจุบันหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรหุ้น IPO ยังไม่มีการกำหนดสัดส่วนการจัดสรรหุ้นให้กับผู้มีอุปการคุณ และไม่มีข้อกำหนดให้บริษัทเปิดเผยความสัมพันธ์หรือลักษณะของผู้มีอุปการคุณที่ต้องเป็นบุคคลที่สร้างประโยชน์ให้กับบริษัทอย่างชัดเจน และจากข้อมูลสถิติการเสนอขายหุ้น IPO ในปี 2557 – สิงหาคม 2558 พบว่า มีบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ(SET) และตลาดเอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 54 บริษัท และมีหุ้น 19 บริษัทที่มีราคาปิดในวันแรกที่ซื้อขายหุ้นสูงกว่า 100% ของราคาเสนอขายหุ้น IPO
จากข้อมูลสถิติดังกล่าว การจัดสรรหุ้น IPO ของ 19 บริษัทที่มีราคาปิดในวันแรกที่ซื้อขายหุ้นสูงกว่า 100% ของราคาเสนอขายหุ้น IPO ส่วนใหญ่เป็นการจัดสรรหุ้นให้กับผู้มีอุปการคุณและบุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัทในสัดส่วนที่สูง เฉลี่ย 30 -37% ของจำนวนหุ้น IPO นอกจากนี้ยังพบว่ารายชื่อผู้ที่ได้รับจัดสรรหุ้น IPO ในฐานะผู้มีอุปการคุณมีซ้ำรายกันในหลายบริษัท ซึ่งอยู่คนละประเภทอุตสาหกรรม และบริษัทมีการเปิดเผยความสัมพันธ์หรือลักษณะของการมีอุปการคุณหรือสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทที่ไม่ชัดเจน เช่น ผู้ให้คำแนะนำ ที่ปรึกษาผู้ที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อบริษัท เป็นต้น" ก.ล.ต.ระบุในเอกสารรับฟังความเห็น
นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังได้ปรับปรุงเกณฑ์ที่เกี่ยวกับหุ้นไอพีโอเพิ่มเติม ประกอบด้วย 1) กำหนดให้ข้อมูลในคำขอฯที่ยื่นต่อสำนักงานต้องไม่มีเหตุสงสัยว่าไม่ถูกต้องครบถ้วนหรือปกปิดข้อมูล 2) ภายในระยะเวลา 5 ปีก่อนยื่นคำขอฯบริษัทต้องไม่เคยถูกสำนักงานปฏิเสธคำขอฯหรือบริษัทเคยถอนคำขอฯโดยไม่ได้ชี้แจงข้อสงสัยของสำนักงาน เนื่องจากมีเหตุที่ทำให้สงสัยเกี่ยวกับข้อมูลในคำขอฯที่ยื่นต่อสำนักงานไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือปกปิดข้อมูลในเรื่องที่มีนัยสำคัญที่อาจกระทบต่อการพิจารณาคุณสมบัติของบริษัท
ทั้งนี้ ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) มีหน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล (due diligence) ในคำขอฯ และแบบ filing ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวรวมถึงให้ FA ต้องทำdue diligence ข้อมูลในคำขอฯเกี่ยวกับกระบวนการขออนุมัติของบริษัทและวิธีการจัดทำรายชื่อของผู้มีอุปการคุณของบริษัทให้เป็นไปตามที่บริษัทกำหนดด้วย
3) ขยายระยะเวลาห้ามไม่ให้บริษัทที่จะนำหุ้น IPO เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เสนอขายหุ้นในราคาที่ต่ำกว่า IPO ให้กับบุคคลเฉพาะเจาะจง(PP)จากเดิม 90 วันก่อนการเสนอขายหุ้น IPO เป็น 180 วันก่อนวันยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้น IPO









