กำไรไตรมาส 1/59 เป็นไปตามคาด; ราคาสะท้อนแนวโน้มการเติบโตไตรมาส 2/59 ที่แข็งแกร่งไปแล้ว
เป็นไปตามคาด
AOT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 (ต.ค.-ธ.ค. 2558) ที่ 4,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY แต่ลดลง 21% QoQ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 22 ล้านบาท, ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 11 ล้านบาทและผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 17 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 1/59 จะอยู่ที่ 4,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY และ 50% QoQ ตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ปัจจัยเบื้องหลังการเพิ่มขึ้นของกำไรหลักได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่สูงขึ้น, 2) จำนวนเที่ยวบินที่มากขึ้น, 3) รายได้ค่าสัมปทานที่สูงขึ้น, 4) ค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง QoQ และ 5) ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง YoY
จำนวนผู้โดยสารในไตรมาส 1/59 เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 9% QoQ มาอยู่ที่ 28.9 ล้านคน ในขณะที่จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 12% YoY และ 7% QoQ เป็น 191,356 เที่ยวบิน จากช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย นอกจากนี้รายได้ค่าสัมปทานเพิ่มขึ้น 19% YoY และ 4% QoQ สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารต่างชาติที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 8% YoY และ QoQ มาอยู่ที่ 16.2 ล้านคนในไตรมาส 1/59) รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาส 1/59 หลังจากที่บริษัทบันทึกโบนัสพนักงานในไตรมาส 4/58
แนวโน้ม
อุปสงค์ของการท่องเที่ยวคาดยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2559 (ต.ค. 2558-ก.ย. 2559) จำนวนผู้โดยสารของ AOT เพิ่มขึ้น 15% YoY มาอยู่ที่ 10.9 ล้านคน ในเดือน ม.ค.และ 17% YoY ในช่วงวันที่ 1-11 ก.พ. ในขณะที่จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 10% YoY ที่ 67,693 เที่ยวบินในเดือนม.ค.และ 11% YoY ในช่วงวันที่ 1-11 ก.พ. ทั้งนี้ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. เป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย ตัวเลขสถิติจราจรทางอากาศมักเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ดังนั้น เราคาดกำไรหลักจะเติบโตแข็งแกร่ง (ทั้ง YoY และ QoQ) ต่อเนื่องในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. (ไตรมาส 2/59)
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
กำไรในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2559 คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรสุทธิของเราที่ 18,255 ล้านบาท ซึ่งเรายังคงประมาณการไว้ตามเดิม
คำแนะนำ
ในมุมมองของเรา ราคาหุ้นของ AOT ในปัจจุบันได้สะท้อนความคาดการณ์เกี่บวกับสถิติจราจรทางอากาศและการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งไปจนถึงเดือน มี.ค.ไปแล้ว อย่างไรก็ตามเราคาดว่าจะยังไม่เห็นการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการในระยะสั้น จากตัวเลขสถิติจราจรทางอากาศของบริษัทตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงปัจจุบันที่ 12% นั้นเป็นไปตามที่เราคาด รวมถึงเรามองว่าไม่มีปัจจัยหนุนราคาหุ้นที่ชัดเจนในช่วงนี้ จากการที่ช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวไทยนั้นใกล้เข้ามาแล้ว ปัจจุบันมูลค่าหุ้นค่อนข้างเต็มมูลค่า โดยซื้อขายกันที่ PER ปี 2559 ที่ 28.9 เท่า และ PBV/ROE ที่ 0.27 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 27.6 เท่า และ 0.19 เท่า ตามลำดับ









