แนวโน้มอัตรากำไรหดตัวลงในช่วงครึ่งแรกปี 2559
ประเด็นการลงทุน
เนื่องจากมาร์จิ้นของกากถั่วเหลือง (SBM) ที่มีแนวโน้มหดตัวลง (ซึ่งจะถูกชดเชยบางส่วนด้วยยอดขายและมาร์จิ้นของน้ำมันถั่วเหลือง (SO) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น) รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการส่งเสริมการขายและการตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2559 เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม รวมถึงกำไรหลักในปี 2559 ของ TVO มีแนวโน้มอ่อนตัวลง YoY มาร์จิ้นและกำไรหลักในไตรมาส 1/59 จะยังคงมีแนวโน้มลดลง YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการส่งเสริมการขายสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นและมาร์จิ้นของกากถั่วเหลืองที่มีแนวโน้มลดลง เรายังคงคาดว่าอุปทานถั่วเหลืองในตลาดโลกจะยังคงอยู่ในภาวะที่ล้นตลาดต่อไป และราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปในช่วงกรอบราคา 8-10 เหรียญต่อบูเชลสำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” จากเหตุผลได้แก่ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 7.6% สำหรับในปี 2559
ส่องกล้องไตรมาส 4/58–คาดกำไรลดลง
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่ 230 ล้านบาท ลดลง 45% YoY และ 65% QoQ ถ้าหากไม่รวมรายการพิเศษสองรายการในไตรมาส 4/58 ซึ่งได้แก่ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 65 ล้านบาท และสำรองด้อยค่าสต็อก 31 ล้านบาท กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 326 ล้านบาท ลดลง 26% YoY และ 19% QoQ กำไรหลักที่หดตัวลงเนื่องมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด (เนื่องจากรายการส่งเสริมการขายของผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้น) เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มหดตัวลงมาอยู่ที่ 9.9% ในไตรมาส 4/58 (เทียบกับ 13% ในไตรมาส 4/57 และ 12.9% ในไตรมาส 3/58) เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นอีก 4% ในเดือนธ.ค.ซึ่งเป็นผลมาจากมีออเดอร์พิเศษแทรกเข้ามาจากลูกค้าที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มเติม เราคาดรายได้ไตรมาส 4/58 ที่ 6.85 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 7% QoQ โดยมีปัจจัยมาจากปริมาณยอดขายของทั้งกากถั่วเหลืองและน้ำมันถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะกลบผลกระทบของราคาขายที่ลดลงของทั้งสองผลิตภัณฑ์
เราคาดราคาขายเฉลี่ยและปริมาณยอดขายเฉลี่ยสำหรับทั้งกากถั่วเหลืองและน้ำมันถั่วเหลืองในไตรมาส 4/58 มีแนวโน้มลดลง 14-16% YoY และเพิ่มขึ้น 22-25% YoY ตามลำดับ เราคาดว่าต้นทุนวัตถุดิบถั่วเหลืองมีแนวโน้มลดลง 11-13% YoY ภายใต้สถานการณ์ที่ค่าเงินบาทถ้าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนตัวในไตรมาส 4/58 เราประเมินว่าผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจปศุสัตว์รายย่อยมีแนวโน้มที่จะหันไปซื้อกากถั่วเหลืองในประเทศจาก TVO แทนการนำเข้ากากถั่วเหลืองจากต่างประเทศแทน ส่งผลให้ปริมาณยอดขายกากถั่วเหลืองในไตรมาส 4/58 เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด
ปรากฏการณ์ลานีญาจะเกิดขึ้นอย่างเร็วสุดไตรมาส 4/59 จนถึงปี 2560
ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกแตะจุดต่ำสุดที่ 8.57 เหรียญต่อบูเชลในเดือนพ.ย. 2558 และขยับขึ้นมาอยู่ในกรอบ 8.60-8.99 เหรียญต่อบูเชลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยราคาได้ไปแตะจุดสูงสุดของปีที่ 10.5 เหรียญต่อบูเชลในเดือนม.ค.และเดือนก.ค. 2558 กระทรวงเกษตรของสหรัฐ (USDA) เมื่อเร็วๆ นี้ได้ประเมินตัวเลขสต็อกถั่วเหลืองของสหรัฐที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 440 ล้านบูเชล ณ สิ้นปี 2558/59 เทียบกับ 191 ล้านบูเชบ ณ สิ้นปี 2557/58 ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนสต็อกต่อการใช้ของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 11.9% ณ สิ้นปี 2558/59 ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 9 ปี (เพิ่มขึ้นจาก 4.9% ณ สิ้นปี 2557/58) ในขณะเดียวกันคาดสต็อกถั่วเหลืองของโลก ณ สิ้นปี 2558/59 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน (79.3 ล้านตัน ณ สิ้นปี 2558/59 เทียบกับ 76.9 ล้านตัน ณ สิ้นปี 2557/58) และอัตราส่วนสต็อกต่อการใช้ของโลกมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงที่ 25.2% ณ สิ้นปี 2558/59 (เทียบกับ 25.6% ณ สิ้นปี 2557/58)
และเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญได้ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยสำหรับการเพาะปลูกในประเทศอาเจนติน่า เราจึงคาดว่าผลผลิตถั่วเหลืองจากประเทศอาเจนติที่จะออกมามีแนวโน้มที่จะล้นตลาดจำนวน 1-2 ล้านตัน (ซึ่งจะถูกชดเชยด้วยผลผลิตจากประเทศบราซิลที่หายไปจำนวน 1.2 ล้านตัน) เราคาดว่าปรากฎการณ์ลานีญาหรือภัยแล้งในฝั่งทวีปอเมริกาและอเมริกาใต้มีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในไตรมาส 4/59 ซึ่งคาดว่าอาจจะส่งผลกระทบทางลบต่อการเพาะปลูกถั่วเหลืองในอาร์เจนติน่าและบราซิลในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.2559 นอกจากนี้ค่าเงินเรียลและเปโซที่อ่อนค่าลงอย่างมาก (หรือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นถ้าเทียบกับสกุลอื่นๆ) ได้ส่งผลให้เกษตรกรชาวบราซิลและอาร์เจนติน่าหันมาทำไร่ปลูกถั่วเหลืองมากขึ้นเนื่องจากได้มาร์จิ้นที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับการเพาะปลูกในปี 2558/59 และมีแนวโน้มที่จะขยายพื้นที่เพาะปลูกสำหรับการปลูกถั่วเหลืองในปี 2559/60 เนื่องจากการคาดการณ์ว่าค่าเงินเรียลเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าลงไปอีกในปี 2559 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความเสี่ยงสำหรับอุปทานถั่วเหลืองที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2560









