วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟื้นตัว

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA  :   ฟื้นตัว

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น ลุ้นรีบาวด์ทดสอบแนวต้านแรก 1290 จุด หลังดัชนีปรับลงไปค่อนข้างแรงแล้วช่วงท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงทำให้หุ้นหลายบริษัทมีราคาต่ำกว่าพื้นฐานและกลับมามีความน่าสนใจมากขึ้น ประกอบกับการเด้งขึ้นแรงของราคาน้ำมันตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ก็ทำให้มีลุ้นการรีบาวด์ของกลุ่มพลังงานเช่นกัน นอกจากนี้ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐล่าสุดประกาศออกมาดีกว่าหลายฝ่ายคาด จึงคลายความกังวลให้นักลงทุนได้บ้างในวันนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1275/1290 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานต้นน้ำและสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : CI (2.80), BR (8)

CI (2.80) โดยเราคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการตั้งกอง REIT โครงการศรีพันวามูลค่า 1 พัน 4 ร้อยล้านบาท และมีรายได้และกำไรโตก้าวกระโดดในไตรมาส 4 ปี 58และไตรมาส 1 ปี 59 รวมไปถึงทั้งปี 59 จากการโอนคอนโดและโครงการบ้านเดี่ยวตามนโยบายกระตุ้นการโอนของรัฐบาลในปีนี้

BR (8) เป็ดน้อยกำลังเติบโตเป็นเป็ดใหญ่ ด้วยการเริ่มขยายกำลังการผลิตที่จังหวัดสระแก้วในปีนี้ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในไม่ช้านี้ จะช่วยขยายตลาดส่งออกของ BR อย่างชัดเจน นอกจากนี้เราคาดราคาเป็ดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 และคู่แข่งจะแข่งขันในเชิงราคาน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับโอปองแปงและ Mcdonalds ผลิตอาหารประเภทเป็ดใหม่ๆ gross margin สูงใกล้ๆ 30% น่าลองไปชิมดูนะครับ

นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "ไทย"เนื้อหอมทุนอสังหาฯจีนแห่ลงทุนปักหมุดทำเลทองในกรุงเทพฯ-หัวเมืองท่องเที่ยวมีทั้งร่วมลงทุน-ลงทุนเอง มองไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน เผยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขนเงินลงทุนแล้วกว่าหมื่นล้าน หลังเศรษฐกิจภายในชะลอตัว ขณะที่นโยบายรัฐบาลจีนไม่ให้ซื้อบ้านหลังที่ 2

+ สนช.นัดถกงบกลางปี 18 ก.พ.นี้การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 18 ก.พ. มีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท (งบกลางปี)สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว รัฐบาลได้ให้เหตุผลถึงการจัดทำงบกลางปีว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินในการดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

- ปตท.ผวาราคาน้ำมันแตะ 20 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล "เทวินทร์" สั่งเตรียมแผนรับมือ เล็งทบทวนแผนลงทุนใหม่-ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ คาดเห็นทิศทางกลางปีนี้ ขณะนักวิเคราะห์ชี้น้ำมันร่วง กระทบหนักกลุ่มธุรกิจต้นน้ำ หากทรงตัวในระดับต่ำนาน

- "แอตต้า" ชี้นอมินีทัวร์จีนลามหนัก 3 ปีหลังอินบาวด์จีนโตก้าวกระโดด พบกว่า 100 บริษัท แฝงตัวตั้งบริษัทในไทย โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ตกลุ่มทัวร์รายใหญ่ขนเงินทุนขยายธุรกิจครบวงจร รองรับ กรุ๊ปทัวร์ตัวเอง ส่งผลกระทบธุรกิจคนไทยเอกชนร้องนายกฯ เร่งสางปัญหา

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 15,973.84 จุด เพิ่มขึ้น 313.66 จุด หรือ +2.00%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อวันศุกร์ (12 ก.พ.) โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีความพร้อมที่จะเจรจากับผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นเกี่ยวกับการปรับลดกำลังการผลิต

+ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,707.60 จุด เพิ่มขึ้น 170.63 จุด หรือ +3.08%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (12 ก.พ.) โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ต่างปรับตัวดีขึ้น

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 760.78 จุด หรือ 4.84% ที่ระดับ 14,952.61 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงอย่างหนัก โดยนิกเกอิดิ่งลงหลุดจากระดับ 15,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน เพราะได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่พุ่งขึ้นอย่างมาก รวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลก

- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดบวก 3.23 ดอลลาร์ หรือ 12.3% แตะที่ 29.44 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (12 ก.พ.) ขานรับคำกล่าวของรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ก่อให้เกิดความหวังว่าผู้ผลิตน้ำมันจะสามารถจับมือกันลดกำลังการผลิต เพื่อผลักดันให้ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้น