วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาพัฒน์ฯ คาดจีดีพีปีนี้ขยายตัว 2.8-3.8%

สภาพัฒน์ฯ เผย จีดีพีปี 58 ขยายตัว 2.8% ประเมินปี 59 ขยายตัว 2.8-3.8% จากเดิมคาดโต 3-4% พร้อมคาดส่งออกปีนี้ขยายตัว 1.2%

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ของไทยในปี 2559 คาดขยายตัวได้ 2.8-3.8% ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ขยายตัวได้ 2.8% โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก การเร่งขึ้นของเม็ดเงินการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ แรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ประกาศเพิ่มเติมในเดือนกันยายน 2558-มกราคม 2559 แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งจะช่วยให้มูลค่าการส่ออกในรูปเงินบาทขยายตัวและส่งผลให้รายรับและสภาพคล่องของผู้ประกอบการดีขึ้น

“การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุน โดยงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 คาดว่าจะมีเม็ดเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำรวมอยู่ที่ 2,541,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายโดยรวมในปีงบ 2559 ที่ 93.4% งบลงทุนรัฐวิสาหกิจคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนได้ 444,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 75% ของกรอบวงเงินรวม 592,435 ล้านบาท โดยจะมีความคืบหน้าของการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานตามแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมระยะเร่งด่วน 2559 ที่มีความพร้อม 20 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะมีเงินเบิกจ่ายในปี 2559 ที่ 66,834 ล้านบาท”นายปรเมธี กล่าว

นอกจากนี้ยังได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่าในปี 2558 โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปี 59 จะอยู่ที่ 32-37 ดอลลาร์ต่อบาเรล ซึ่งต่ำสุดในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งเป็นผลดีต่อกำลังซื้อที่แท้จริงของประชาชน ลดต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจและเอื้ออำนวยให้สามารถดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าราคาน้ำมันจะเริ่มปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ และการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทย 32.5 ล้านคน สร้างรายรับจากการท่องเที่ยวรวม 1.65 ล้านบาท

ด้านค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปีคาดอยู่ที่ 35.5-36.5 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากปี 58 ที่ 34.29 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าช้ากว่าคาด ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นมีแนวโน้มของการผ่อนคลายนโยบายการเงินท่ามกลางแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาท

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้การคาดการณ์จีดีพีอยู่ที่ 2.8-3.8% นั้น ถือว่าลดลงจากประมาณการครั้งก่อนที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3-4% เนื่องจากข้อจำกัดที่ทำให้การส่งออกสินค้ายังขยายตัวในเกณฑ์ต่ำ และไม่สามารถสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวมได้ โดยการฟื้นตัวอย่างล่าช้าของเศรษฐกิจโลกและราคาสินค้าส่งออก ด้านการอ่อนค่าของสกุลเงินสำคัญๆในประเทศคู่ค้าและคู่แข่งที่มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเงินหยวนที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามการไหลออกของเงินทุน การลดลงของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ และการเข้าเก็งกำไรค่าเงินหยวนของนักลงทุนในตลาด

สำหรับภาคการส่งออกในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.2% ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2558 ที่ติดลบ 5.6% แต่ทั้งนี้เป็นการปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3% เนื่องจากการปรับลดสมมติฐานราคาส่งออกที่ต่ำลงตามราคาน้ำมัน และการปรับลดปริมาณการส่งออกตามสมมติฐานการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและปริมาณการค้าโลกที่ต่ำกว่าที่คาด ด้านการนำเข้าคาดว่าจะขยายตัวได้ 1.3% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ติดลบ 11.3% ส่วนดุลการค้าในปีนี้คาดว่าจะเกินดุล 3.48 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เกินดุล 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์ ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเกินดุล 3.21 หมื่นล้านดอลลาร์