วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอสเอ็มอีแบงก์'เปิดเออร์ลี่รีไทร์ผู้บริหารระดับผอ.

"เอสเอ็มอีแบงก์"เปิดเออร์ลี่รีไทร์ผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไป หวังปรับโครงสร้างรองรับภารกิจงานในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า กันกำไร 30%

นางสาลินี วังตาล ประธานคณะกรรมการ (บแรธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า  ที่ประชุมบอร์ดมีมติเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ให้ธนาคารปรับองค์กรเพื่อรองรับการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอี โดยอนุมัติให้จัดสรรงบไม่เกิน 30% ของกำไรจากการดำเนินงาน หรือประมาณ 350 ล้านบาท 

ทั้งนี้เพื่อใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการ เช่น  ด้านนวัตกรรม การตลาดและการขาย รวมถึงส่งเสริมการนำระบบบัญชีเดียว เป็นต้น  พร้อมมีการปรับโครงสร้างองค์กร รองรับงานพัฒนาผู้ประกอบการ 4 สานงาน ประกอบด้วย งานพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ ฝ่ายพัฒนาเอสเอ็มอีที่ดำเนินการอยู่แล้ว และฝ่ายร่วมลงทุนอีก  2 ฝ่าย ซึ่งได้มีการรับพนักงานมาเพิ่มประมาณ 95 คน 

นอกจากนี้ยังอนุมัติโครงการร่วมใจจาก หรือเออร์ลี่รีไทร์ โดยจะเปิดให้ผู้บริหารตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการฝ่าย จนถึงรองกรรมการผู้จัดการที่มีอายุงานเหลือไม่มาก เข้าร่วมโครงการ โดยมีผู้บริหารที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 52-57  ปี ประมาณ 60 วัน  โดยโครงการนี้จะใช้หลักความสมัครใจ จะมีการจัดทำรายละเอียดโครงการอีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรับองค์กรเพื่อรองรับในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า 

นายมงคล ลีลาธรรม  กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า  ในเดือนม.ค.2559 ธนาคารยังทำกำไรได้ต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิ 190 ล้านบาท เป็นผลมาจากธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 5.74 พันล้านบาท หรือปล่อยให้ลูกค้า 1.87 พันราย เป็นการปล่อยสินเชื่อต่อเดือนที่สูงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมา  

สินเชื่อส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) กว่า 3.6 พันล้านบาท และสินเชื่อPolicy Loan 1.9 พันล้านบาท  ส่งผลให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้าง 9 หมื่นล้านบาท เป็นจำนวนลูกหนี้ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเงินกู้เฉลี่ยต่อราย 1.27 ล้านบาท 

ธนาคารมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 143 ล้านบาท มาอยู่ที่ระดับ 2.35 หมื่นล้านบาท แต่มีสัดส่วนลดลงจาก27.23% ในเดือนธ.ค.2558 มาอยู่ที่ 26.16% เนื่องจากธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น โดยเอ็นพีแอลที่เพิ่มส่วนใหญ่มากจากพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคายางพาราที่ตกต่ำ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ที่มีวงเงินกู้ต่ำกว่า 1 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตามลูกหนี้ในกลุ่มนี้ยังประกอบกิจการอยู่   ขณะที่รัฐบาลเองมีนโยบายช่วยเหลือไม่ให้ยางพาราตกต่ำ และธนาคารจะเข้าช่วยเหลือด้วยการปรับวงเงินการผ่อนชำระของลูกค้าให้สอดคล้องกับรายได้ เพื่อพยุงฐานะของลูกหนี้ให้กลับมาเป็นลูกหนี้ปกติ 

“ธนาคารได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด นอกจากลูกค้าในภาคใต้ ยังจะลงพื้นที่ใกล้ชิดกับลูกค้าในเขตที่ประสบปัญหาภัยแล้ง เพื่อช่วยแก้ปัญหา ปรับอัตราการผ่อนให้สอดคล้องกับรายได้ เพื่อป้องกันปัญหาหนี้ตกชั้นมาเป็นเอ็นพีแอล “

นอกจากนี้ธนาคารยังมีนโยบายจะขายเอ็นพีแอลที่ไม่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่ลูกค้าไม่ได้ประกอบกิจการแล้ว และได้มีการดำเนินคดีแล้ว ประมาณ 1.3-1.4 พันล้านบาทในปีนี้  พร้อมเร่งสอบสวนการทำความผิดของพนักงานธนาคารให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งมีอยู่จำนวน 6 เรื่อง