BA - ซื้อ

BA - ซื้อ

ประเด็นหลักจากโรดโชว์

ประเด็นการลงทุน

เราได้พารองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงินของ BA คุณอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา มาพบกับนักลงทุนในประเทศ โดยภาพรวมเรามองนักลงทุนต่างมีมุมมองเชิงบวกต่อกลยุทธ์ของบริษัทในการขยายเส้นทางใหม่และเพิ่มพันธมิตรทางการบิน (codeshare partner) โดยมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและผลตอบแทนที่สูงขึ้น นอกจากนี้เรายังอยู่ในช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย เราจึงมองกำไรหลักรายไตรมาสของ BA จะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1/59 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นต่อไป
พร้อมกันนี้อัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของกำไรหลักที่ 19% ของบริษัทในช่วงปี 2558-2560 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของกำไรหลักของ SET จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนราคาหุ้น ปัจจุบัน BA ซื้อขายอยู่ในระดับ PEG ปี 2559 ทื่ 0.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 1.2 เท่า โดยประเด็นหลักจากการโรดโชว์ ได้แก่:

ประเด็นที่ 1: แนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 1/59

กำไรของ BA มีแนวโน้มเติบโต (ทั้ง YoY และ QoQ) ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1/59 หนุนโดยจำนวนผู้โดยสารที่ขยายตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง เราคาด BA จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 599 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% YoY และ 4% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรหลักไตรมาส 4/58 คาดว่าจะอยู่ที่ 618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131% YoY และ 54% QoQ

เนื่องจากอยู่ในช่วงสูงสุดของฤดูกาลท่องเที่ยว จราจรทางอากาศของ BA จึงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยยอดจองล่วงหน้า ณ เดือน ก.พ. เติบโต 10% YoY มาอยู่ที่ 1.1 ล้านคน ทั้งนี้สถิติในอดีตชี้ว่าจำนวนผู้โดยสารของ BA จะเพิ่มสูงขึ้น 19% QoQ ในไตรมาสแรกของทุกปี นอกจากนี้เราคาดว่ารายได้จากผู้โดยสารต่อหน่วยจะปรับเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ หนุนโดยอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน ในเส้นทางที่มีผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ BA พร้อมกันนี้ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินคาดปรับตัวลดลง 40% YoY และ 18% QoQ มาอยู่ที่ 58 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เราจึงมองกำไรหลักของ BA จะเติบโตขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 1/59

ประเด็นที่ 2: เส้นทางการบินใหม่และจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น หมายถึง ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและผลตอบแทนที่สูงขึ้น

บริษัทตั้งเป้าขยายเครือข่ายการบินทั้งจากเส้นทางการบินใหม่และการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในปี 2559 โดยวางแผนเพิ่มสามเส้นทาง (สมุย-กวางเจา หนึ่งเที่ยวบินต่อวัน, กรุงเทพ-ดานัง สี่เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และจุดหมายปลายทางใหม่ในพม่า)ในปีนี้ รวมทั้งวางแผนขยายจำนวนเที่ยวบินประกอบไปด้วย

กรุงเทพ-เชียงใหม่ (จาก 7 เป็น 8 เที่ยวบินต่อวัน), กรุงเทพ-พนมเปญ (จาก 5 เป็น 6 เที่ยวบินต่อวัน), เชียงใหม่-สมุย (จาก 1 เป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน), สมุย-สิงค์โปร์ (จาก 12 เป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์) และสมุย-กัวลาลัมเปอร์ (จาก 11 เป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์) ซึ่งการขยายเส้นทางและจำนวนเที่ยวบินดังกล่าวไม่เพียงจะช่วยหนุนจำนวนผู้โดยสารให้เพิ่มขึ้นแต่จะช่วยหนุนรายได้จากผู้โดยสารต่อหน่วยอีกด้วย เนื่องจากบริษัทจะสามารถกำหนดราคาของเที่ยวบินเหล่านั้นได้ค่อนข้างดีท่ามกลางอุปสงค์ที่สูงและการแข่งขันที่ไม่รุนแรง
ในการรองรับเส้นทางการบินและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น BA วางแผนขยายจำนวนเครื่องบินขึ้น 5-6 ลำต่อปี ส่งผลให้จำนวนเครื่องบินมาอยู่ที่ 36-37 ลำ ณ สิ้นปี 2559 จาก 31 ลำ ณ สิ้นปี 2558 โดย BA ตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสารเติบโต 15% YoY มาอยู่ที่ 5.9 ล้านคนในปี 2559

ประเด็นที่ 3: ยังคงเติบโตต่อเนื่องผ่านการเพิ่มสายการบินพันธมิตรทั่วโลก

การเพิ่มสายการบินพันธมิตรใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการขยายกิจการของ BA โดยจะมีสายการบินพันธมิตรใหม่เพิ่มเติบอีก 2 สายการบิน ได้แก่ ออสเตรียนแอร์ไลน์และไชน่าอีสเทิร์น ซึ่งจะเริ่มให้บริการในไตรมาส 1/59 ทำให้บริษัทจะมีสายการบินร่วมทั้งหมด 22 สายการบินภายในเดือนมี.ค. นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่า จะเพิ่มสายการบินพันธมิตรในเอเซียอีก 5-6 สายการบินในปี 2559 โดยการทำสัญญาในครั้งนี้น่าจะทำให้บริษัทมีการเชื่อมโยงและความถี่ในการบินมากขึ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศของสายการบินร่วม ซึ่งจะหนุนให้จำนวนผู้โดยสารและกำไรของบริษัทขยายตัวในระยะยาว รวมถึงทำให้บริษัทสามารถกระจายรายได้จากผู้โดยสารที่หลากหลาย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของผลประกอบการของบริษัท

ประเด็น 4: ปรับปรุงสนามบินสมุย...หนุนอัพไซด์ต่อกำไร

ผู้บริหารอธิบายว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ในช่วงปรับปรุงสนามบินสมุยให้ดีขึ้น คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 2/59 และเสร็จในปี 2561 CAPEX รวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท โดยจะใช้เงินที่ได้จากการทำ IPO โดยวัตถุประสงค์หลักของการปรับปรุงคือ การให้บริการและการอำนวยความสะดวกที่ดีขึ้นแก่ผู้โดยสาร แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารที่รองรับได้ของสนามบินจะอยู่ที่ 6 ล้านคน/ปีเท่าเดิม แต่พื้นที่เชิงพาณิช์คาดเพิ่มขึ้นเป็น 3,300 ตร.ม.จาก 1,800 ตร.ม. นอกจากนี้ยังสามารถมีโอกาสที่จะเพิ่มเที่ยวบินที่ให้บริการจาก 50 เที่ยวบินต่อวันเป็น 73 เที่ยวบินต่อวันในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยเรามองว่าการเพิ่มพื้นที่เชิงพาณิชย์และความถี่ของเที่ยวบินน่าจะเป็นอัพไซด์ของกำไรในระยะยาวจากรายได้จากการเช่าพื้นที่และค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น

ประเด็นที่ 5: ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง ... อีกหนึ่งปัจจัยหนุนกำไร

ผู้บริหารกล่าวเพิ่มเติมว่า สายการบินได้ทำสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไปแล้ว 47% ของความต้องการใช้น้ำมันทั้งหมดในครึ่งแรกของปี 2559 โดยต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 58 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยบริษัทคาดว่าจะทำสัญญาประกันความเสี่ยงเพิ่มเติมในครึ่งหลังของปี 2559 เพื่อให้บริษัทได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง จากการรวมสมมติฐานประมาณการราคาน้ำมันที่ลดลงเข้ามาในประมาณการ เราจึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2559 ขึ้น 13% เป็น 2