เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ทดสอบแนวรับ 1275
หลังจากอดทนมาได้ 2-3 วัน สุดท้ายเมื่อวานนี้ตลาดไทยก็ทนไม่ไหว ต้องปรับลงแรงตามตลาดต่างประเทศด้วยปริมาณการซื้อขายหนาแน่นมากขึ้น วันนี้ต้องติดตามดูว่าแนวรับ 1275 จะต้านไหวหรือไม่ กลยุทธ์แนะนำช่วงนี้เป็นจังหวะดีให้สะสมหุ้นเป็นรายตัวที่ราคาลงมาแรงแต่พื้นฐานยังดีอยู่ ปัจจัยกดดันวันนี้ยังคงเป็นราคาน้ำมันและความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลก แต่เราเชื่อว่าต่ำกว่า 1280 ยิ่งเป็นโอกาสดีเข้าสะสมหุ้นรายตัว เพื่อเก็งกำไรขายได้ในสัปดาห์หน้า ซึ่งน่าจะเห็นตลาดเด้งได้บ้าง สังเกตุจากดาวโจนส์ future ที่เริ่มกลับเป็นบวกบ้างแล้ว จังหวะซื้อต่ำกว่าบริเวณ 1280 จังหวะขายสูงกว่าบริเวณ 1300 จุด
แนวรับ/แนวต้าน : 1275/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานต้นน้ำและสื่อสารไปก่อน
นักลงทุนระยะสั้น : CI (2.80), BR (8)
CI (2.80) โดยเราคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการตั้งกอง REIT โครงการศรีพันวามูลค่า 1 พัน 4 ร้อยล้านบาท และมีรายได้และกำไรโตก้าวกระโดดในไตรมาส 4 ปี 58และไตรมาส 1 ปี 59 รวมไปถึงทั้งปี 59 จากการโอนคอนโดและโครงการบ้านเดี่ยวตามนโยบายกระตุ้นการโอนของรัฐบาลในปีนี้
BR (8) เป็ดน้อยกำลังเติบโตเป็นเป็ดใหญ่ ด้วยการเริ่มขยายกำลังการผลิตที่จังหวัดสระแก้วในปีนี้ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในไม่ช้านี้ จะช่วยขยายตลาดส่งออกของ BR อย่างชัดเจน นอกจากนี้เราคาดราคาเป็ดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 และคู่แข่งจะแข่งขันในเชิงราคาน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับโอปองแปงและ Mcdonalds ผลิตอาหารประเภทเป็ดใหม่ๆ gross margin สูงใกล้ๆ 30% น่าลองไปชิมดูนะครับ
นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- ทุนนอกไหลเข้า "บอนด์สั้น" หลังเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย-กังวลเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วถดถอย กดยีลด์ร่วงต่อเนื่อง เผยตั้งแต่ต้นปี ยอดซื้อสุทธิรวมกว่า 6.3 หมื่นล้าน ขณะเงินบาท แข็งสุดรอบ 4 เดือน ด้านผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำพร้อมดูแลค่าเงิน เล็งผ่อนคลายเกณฑ์ทุนเคลื่อนย้ายเพิ่ม ขณะนักวิเคราะห์เตือนรับมือเก็งกำไรระยะสั้น
+ "สมคิด" เปิดแผนพัฒนา 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษ ระบุเป็นยุทธศาสตร์ดันไทย "ศูนย์กลาง" การค้าในภูมิภาคอาเซียน หวังผนึกกำลังประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มขีดแข่งขัน ขณะเอกชนจี้รัฐเจรจาทวิภาคีประเทศเพื่อนบ้าน บูรณาการการค้าชายแดน 2 ประเทศ
+ กลุ่มทีวีดิจิทัลชี้โอกาสชิงเม็ดเงินโฆษณากว่า 8 หมื่นล้าน เดินหน้าเสริมคอนเทนท์-จับมือพันธมิต ร"ช่อง3" จัดทัพ ส่งละคร-กีฬา-ซีรีส์ สู้ศึกแข่งประมูลชิงลิขสิทธิ์ "บอลโลก" ส่งช่องเอสดีแย่งผู้ชมตลาดแมสหวังพลิกรายได้โต "แกรมมี่" โหมลงทุน 3 พันล้าน ดันทีวีดิจิทัล เข้าตลาดฯ "พีพีทีวี" เพิ่มทุน 3 พันล้าน ชูกลยุทธ์พันธมิตร ด้านกลุ่มผู้นำ "เวิร์คพอยท์ช่อง 8 โมโน" ลุยลงทุนต่อ ขณะเครือเนชั่น" ทุ่ม 200 ล้าน ลงทุนคอนเทนท์
+ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของ ผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ ปี 2559 จาก 1,207 ตัวอย่างทั่วประเทศ คาดว่าจะมีเงินสะพัด 3,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 3,513 ล้านบาท ขยายตัว 4.61% ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่าบรรยากาศจะคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา เพราะคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นจากนโยบายของภาครัฐ
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 15,660.18 จุด ร่วงลง 254.56 จุด หรือ -1.60%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 250 จุดเมื่อคืนนี้ (11 ก.พ.) โดยตลาดได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มธนาคาร อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลที่ว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกจะยังคงสร้างแรงกดดันต่ออัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดยังอ่อนแรงลงหลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เน้นย้ำในการแถลงวันที่ 2 ว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจทั่วโลกได้สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 135.33 จุด หรือ 2.39% ที่ 5,536.97 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (11 ก.พ.) เนื่องจากมีแรงเทขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มธนาคารและหุ้นกลุ่มเหมือง ซึ่งฉุดตลาดให้แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี
+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดร่วง 1.24 ดอลลาร์ หรือ 4.5% แตะระดับ 26.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (11 ก.พ.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์









