ถอยรับ เล่นรีบาวด์
SET วานนี้ทรุดตัวลงรุนแรงหลังจาก FED กังวลต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกและสหรัฐฯ ความกังวลปัญหาหนี้กรีซ รวมถึงแรงขายกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,280.74 จุด (-24 จุด) Volume 4.5หมื่นลบ. โดย Foreign Net +193 ลบ. ,Net TFEX -2,127 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
- ธนาคารกลางสวีเดนปรับลดดอกเบี้ยลงเป็น -0.50% (เดิม -0.35%) พร้อมเตรียมแทรกแซงค่าเงิน
- ตลาดหุ้น DJ -254.56 จุด หลังจาก FED ย้ำความกังวลเศรษฐกิจโลกเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงราคาน้ำมันที่ร่วงลง แม้ว่า FED จะส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค. รวมถึงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 16,000 ราย สู่ระดับ 269,000
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงล่าสุด 27.7 USD/Barrel เนื่องจากสต็อกน้ำมันดิบ พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- อิหร่านประกาศตั้งราคาขายน้ำมันให้แก่ลูกค้าในเอเชียต่ำกว่าซาอุฯ ซึ่งบ่งชี้ว่าอิหร่านพร้อมที่จะตัดราคาเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด
+ 19 ก.พ. นายกฯเริ่มโครงการอัดฉีด 3.5 หมื่นลบ.ลงสู่ฐานรากระดับตำบเพื่อประคองเศรษฐกิจ
+/- กสทช.ยืนยันได้ข้อสรุปแก้ปัญหาทีวีดิจิตอลในก.พ.,มี 5 ช่องที่ต้องการคืนใบอนุญาต (ไม่รวมช่องไทยทีวี และช่อง LOGA)
ปัจจัยลบจากคำแถลง FED ที่ย้ำถึงความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง เป็นแรงกดดันต่อแนวโน้มตลาดหุ้นไทย ดังนั้นคาดว่า SET จะปรับตัวลงโดยมีแนวรับ 1,260 และ 1,270 จุดตามลำดับ
** ตลาดหุ้นจีน ไต้หวัน เวียดนาม หยุด 8-12 ก.พ. เทศกาลตรุษจีน
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำรอซื้อเล่นรีบาวด์ในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกและสะสมหุ้นที่งบเติบโตขึ้น
- PDI รับอานิสงส์ราคาสังกะสีโลก + 15% MoM ล่าสุด 1,708
- High season การท่องเที่ยวและได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวลง AOT MINT CENTEL AAV BA
- กลุ่ม High Dividend INTUCH ADVANC KTB
- กลุ่มที่คาดว่างบปี 58 และ Q4/58 เติบโตขึ้น EPG KCE TVT GL BEAUTY EA BRR SYNEX SPALI ORI UBIS BJCHI
คาดการณ์วันประกาศงบ
12 ก.พ. TOP AOT MAJOR EPG FSMART INTUCH STEC DELTA / 15 ก.พ. PTTGC PLANB / 17 ก.พ. CPALL AMATA KCE PS / 18 ก.พ. BANPU BCP IVL /
19 ก.พ. PTT / 25 ก.พ. DCON TRUE RML ROBINS TPCH MTLS BEM
หุ้นแนะนำพิเศษ
SPALI ราคาปิด 18.00 บาท ราคาเป้าหมาย 27 บาท
- ยอดขาย presale ปี 58 ทำได้ตามเป้า 2.3 หมื่นล้านบาท คาดกำไร 4Q58 ราว 1.4 พันล้านบาท -22%YoY แต่ +9%QoQ กำไรปี 58 ที่ 4.6 พันล้านบาท +3% YoY
- ปี 59 มียอดขายรอโอน (backlog) 1.37 หมื่นล้านบาท คาดรายได้และกำไรปี 59 ที่ 2.2 หมื่นล้านบาทและ 5.2 พันล้านบาทซึ่ง +6% และ +12% ตามลำดับ ทั้งนี้แนวโน้มกำไร 1Q59 สดใสจากมาตรการลดหย่อนภาษีที่จะสิ้นสุดปลายเดือนเม.ย.
- เงินปันผลโดดเด่นราว 6% (คาดปันผลปี 58 ราว 1.13 บาท/หุ้น จ่ายระหว่างกาลแล้ว 0.50 บาทเหลืออีก 0.63 บาท )
หุ้นมีข่าว
- GPSC (ราคาปิด 23.40 แนะนำซื้อ 30.70) รายงานกำไรปี 58 ที่ 1.9 พันล้านบาทเติบโต 20% YoY พร้อมประกาศจ่ายปันผล 0.6 บาท ขึ้น XD 24 ก.พ.
- SCN (ราคาปิด 6.60 ) "ฤทธี กิจพิพิธ" กางแผนปีวอก รายได้โต 40% ส่วนกำไรคาดโตตามทิศทางเดียวกัน จ่อประมูลงานไซซ์ยักษ์ 200 ล้านบาท มั่นใจคว้างานเข้าพอร์ตได้ทั้งหมด แย้มครึ่งปีแรก 2559 แผนซื้อกิจการสถานีก๊าซธรรมชาติ (ที่มา:ทันหุ้น)
- LPN (ราคาปิด 14.20 ซื้อ เป้าหมายอยู่ระหว่างทบทวนซึ่งอาจปรับลดลงจาก 23 บาท) รายงานกำไร 2,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19%YoY แต่ต่ำกว่าคาด 11% พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.60 บาท yield 4.23% กำหนด XD 23 ก.พ. วันจ่าย 11 เม.ย. ปลายปีมียอดขายรอโอน (backlog) ประมาณ 12,300 ล้านบาทซึ่งคาดจะโอนภายในปี 59 ราว 12,000 ล้านบาท
มุมหุ้น IPO : TPBI
- เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรรายใหญ่ในไทย ส่งออกเป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจากจีน เยอรมนี และสหรัฐฯ มีกำลังการผลิตรวม 64,920 ตันต่อปี มีโรงงานผลิต 2 แห่ง ที่อ.สามพราน จ.นครปฐม ผลิตถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงขยะและฟิล์ม กำลังผลิต 12,840 ตัน และที่จ.ระยอง เน้นผลิตสินค้าจำนวนมากเพื่อส่งให้กับลูกค้ารายใหญ่ กำลังการผลิต 52,080 ตันต่อปี
- สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศราว 65% อีก 35% ในประเทศ ส่งออกไปยังประเทศหลักๆ ได้แก่ ยุโรป ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และออสเตรเลีย
- 9M58 มียอดขาย 3.460 พันล้านบาท กำไร 274 ล้านบาท โดยมีกำไรสูงกว่ากำไรทั้งปี 57 ที่มียอดขาย 4.784 พันล้านบาท กำไร 249 ล้านบาทในช่วง 3Q58 มีอัตรากำไรขั้นต้น 13.88% อัตรากำไรสุทธิ 7.32%
- จำนวนหุ้น IPO 100 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 1 บาท คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด หลัง IPO จะมีจำนวนหุ้นทั้งหมด 400 ล้านหุ้น คาดจะเริ่มซื้อขายในตลาด SET ราวปลายมี.ค. 59
- เงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO จะนำไปใช้ในการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักและผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเสริมการผลิตให้มีต้นทุนที่ต่ำลงในการนำเศษเม็ดพลาสติกและเศษพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ ขยายการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และที่เหลือจะใช้ในเรื่องของการเข้าซื้อกิจการ (M&A)
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ -254.56 จุด
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 15,660.18 จุด ร่วงลง 254.56 จุด หรือ -1.60% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,266.84 จุด ลดลง 16.75 จุด หรือ -0.39% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,829.08 จุด ลดลง 22.78 จุด หรือ -1.23%
โดยตลาดได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มธนาคาร อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลที่ว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกจะยังคงสร้างแรงกดดันต่ออัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดยังอ่อนแรงลงหลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เน้นย้ำในการแถลงวันที่ 2 ว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจทั่วโลกได้สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
ตลาดน้ำมัน NYMEX -1.24 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดร่วง 1.24 ดอลลาร์ หรือ 4.5% แตะระดับ 26.21 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์









