วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พีเอฟ' เตรียมเปิด 17 โครงการใหม่

"พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค" ตั้งเป้ายอดขายปีนี้อยู่ที่ 1.6 หมื่นลบ. พร้อมเปิด 17 โครงการใหม่มูลค่ารวม 2.4 หมื่นลบ.

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโตต่อเนื่องมาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการแนวราบ 9 พันล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ นอกจากนี้บริษัทมีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ 17 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังเน้นเปิดโครงการแนวราบ เป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 12 โครงการ มูลค่ารวม 1.68 หมื่นล้านบาท และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่ารวม 7.2 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทวางแผนเปิดโครงการใหม่ในครึ่งปีแรก 4 โครการ และครึ่งปีหลังอีก 13 โครงการ

"ปีนี้โครงการของบริษัทยังได้รับผลดีโดยตรงจากการเปิดรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีโครการที่อยู่บนแนวรถไฟฟ้าถึง 14 โครงการ นอกจากนี้เราได้มีความร่วมมือกับพันธม้ตรทางธุรกิจใหม่ ได้แก่ การเปิด Too Fast to Sleep ร้านกาแฟคอนเซปท์ใหม่สำหรับนักศึกษาและหนุ่มสาวย่านศาลายา ที่โครงการไอคอนโด ศาลายา เดอะแคมปัส เพื่อตอบรับกับความต้องการในเชิงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า" นายชายนิด กล่าว

ส่วนรายได้รวมปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 67% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1.19 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ในปีนี้จะมาจากรายได้จากการขายโครการแนวราบ 9 พันล้านบาท รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม 7.5 พันลินบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นยอดขายรอโอน (Backlog) 4.77 พันล้านบาท โดยเป็นแนวราบ 1 พันล้านบาท และคอนโดมิเนียม 3.77 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังจะมีรายได้จากการขายที่ดิน 1 พันล้านบาท และรายได้จากธุรกิจโรงแรมอีก 2.5 พันล้านบาท ทำให้รายได้ของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมาย

"ในปีนี้บริษัทมีแผน Turnaround ผลการดำเนินงานให้มีการเติบโตต่อเนื่อง และมีแผนพัฒนาธุรกิจโรงแรมอย่างชัดเจน อีกทั้งเรายังมีนโยบายในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนมาเพื่อปรับเรตติ้งของบริษัทให้ดีขึ้น มีแผนจัดตั้ง REIT ในส่วนของกิจการ Hospitalities และบริหารจัดการอัตราส่วนระหว่างแหล่งเงินทุนระยขสั้นและระยะยาวเพื่อปรับอัตราส่วนเอกเบี้ยจ่าย รวมทั้งควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ"นายชายนิด กล่าว

สำหรับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศปีนี้มองว่ามีปัจจัยบวกมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าครึ่งปีแรกสินค้าระดับล่างและระดับกลางจะเติบโตจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของภาครัฐ ส่วนในครึ่งปีหลังซึ่งการลงทุนภาครัฐมีความชัดเจนขึ้น ทำให้มีโอกาสช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวขึ้นได้